นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการทบทวนและขยายหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางเป็นไปอย่างแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
สาระสำคัญของการปรับหลักเกณฑ์ ได้แก่ การไม่นำกรณีที่บุตรใช้ชื่อบิดามารดาหักค่าลดหย่อนภาษีมาเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์ และ ไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตรในการประเมินเกณฑ์ด้านหนี้สิน เพื่อให้การพิจารณาสิทธิ์สะท้อนสถานะทางเศรษฐกิจของผู้มีสิทธิ์ได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังนำข้อมูลจากการสำรวจเชิงรุกของกลุ่มผู้ตกสำรวจที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 5.4 ล้านราย เข้าสู่ระบบพิจารณาสิทธิ์ร่วมกับฐานข้อมูลเดิม ส่งผลให้มีผู้เข้าสู่กระบวนการพิจารณารวมประมาณ 18.8 ล้านราย
รัฐบาลยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนและเปราะบางเป็นอันดับแรก โดยหากมีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น ก็พร้อมบริหารจัดการงบประมาณเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมผู้มีสิทธิ์ทุกคน
สำหรับการประกาศผลการพิจารณาสิทธิ์ จะเปิดให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 06.00 น. ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชัน เป๋าตัง, แอปพลิเคชัน ทางรัฐ และสาขาธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในฐานข้อมูลเดิมจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ส่วนผู้ผ่านเกณฑ์ในกลุ่มใหม่จะเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ขณะที่ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถตรวจสอบเหตุผลและยื่นอุทธรณ์ได้ระหว่างวันที่ 17–31 กรกฎาคม 2569








