ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ มีมติเห็นชอบเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาทต่อคนต่อเดือน

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) เป็นประธานการประชุม กดยช. ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงและภาคประชาสังคมเข้าร่วม ณ ทำเนียบรัฐบาล 

ที่ประชุมมีวาระสำคัญ คือ การเร่งผลักดันนโยบายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนไทยในทุกมิติ  โดยนายยศชนัน กล่าวว่า การส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะการเกิดที่น้อยลง ดังนั้น เป้าหมายที่สำคัญ คือ การทำให้เด็กและเยาวชนที่เกิดมามีคุณภาพและผลิตภาพ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาจึงต้องก้าวให้ทัน และต้องมีความครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพทั้งกายและใจ ทักษะชีวิต และทักษะด้านอาชีพในอนาคต ผ่านการจัดสวัสดิการและการให้บริการที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม ซึ่งเชื่อมั่นว่าความสำคัญของการพัฒนาต้องเริ่มจาก การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขาได้สะท้อนความต้องการ หรืออุปสรรคที่กระทบต่อการใช้ชีวิตโดยมีผู้ใหญ่คอยหนุนเสริม ผลักดันความต้องการ และขจัดปัญหาอุปสรรคเหล่านั้นให้เด็กและเยาวชนเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ 

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ การจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดช่วงอายุ 0-6 ปี แบบถ้วนหน้า ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป 

นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการรอคอยของประชาชน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียนและช่วยให้เด็กได้รับสิทธิรวดเร็วยิ่งขึ้น  ที่ประชุมยังเห็นชอบในการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” โดยที่ประชุมเห็นชอบให้การพัฒนาเด็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตประชากรและยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ซึ่งมาตรการนี้จะเน้นการใช้กลไกชุมชนร่วมดูแล บูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง และสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform)  

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2568 – 2574) ซึ่งครอบคลุมประเด็นการพัฒนา 6 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 , การพัฒนาสุขภาวะจิตและสุขภาวะที่ดี , การขยายโอกาสด้านการจ้างงาน , การรับประกันการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย , การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน 

ในโอกาสนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายกระทรวงศึกษาธิการผลักดันให้มีผู้แทนเยาวชนเข้าร่วมในกลไกของกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง