กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งกรมทรัพยากรน้ำติดตามสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด พร้อมรับมือทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ช่วยเหลือประชาชนและภาคเกษตรอย่างทันท่วงที

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำ โดยสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำติดตามผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด หลังสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนทิ้งช่วง ขณะที่บางพื้นที่เผชิญฝนตกหนักและน้ำหลากฉับพลัน

กรมทรัพยากรน้ำได้ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ บุคลากร และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ ลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร และเตรียมความพร้อมรับมือทั้งภัยแล้งและอุทกภัย

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการบรรเทาภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม ปี 2568–2569 อย่างเข้มข้น โดยประเมินว่ามีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งกว่า 50 ล้านไร่ และพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 20.85 ล้านไร่

ปัจจุบันได้เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ 399 เครื่อง เครื่องจักรกลกว่า 240 เครื่อง สถานีเตือนภัยน้ำหลากและดินถล่ม 2,275 สถานี สถานีโทรมาตร อุทกวิทยา และกล้อง CCTV รวมกว่า 1,000 สถานี สถานีตรวจวัดแหล่งน้ำขนาดเล็ก 293 แห่ง ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า 11 จุด ศูนย์ผลิตและบริการน้ำสะอาด 60 จุด จุดสูบน้ำช่วยเหลือภัยแล้งและน้ำท่วมกว่า 500 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่เกือบ 500 คน และเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 2,300 คน

ผลการดำเนินงานสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน กรมทรัพยากรน้ำได้ให้ความช่วยเหลือด้านภัยแล้งใน 36 จังหวัด สูบน้ำช่วยเหลือรวม 23.25 ล้านลูกบาศก์เมตร แจกจ่ายน้ำสะอาดกว่า 9 ล้านลิตร ช่วยเหลือประชาชนกว่า 140,000 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรและชุมชนกว่า 190,000 ไร่

ส่วนการช่วยเหลือด้านอุทกภัย ดำเนินการใน 35 จังหวัด สูบน้ำรวมกว่า 55 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเหลือประชาชนกว่า 400,000 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรและชุมชนเกือบ 130,000 ไร่ สะท้อนการทำงานเชิงรุกเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด และลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำให้ได้มากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง