นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Business Council: EU-ABC) และสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) ซึ่งมีผู้แทนบริษัทชั้นนำของยุโรปกว่า 40 บริษัท จาก 9 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อหารือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป
ยุโรปเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนเศรษฐกิจสำคัญของไทย และการที่บริษัทชั้นนำของยุโรปยังคงลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศ รัฐบาลจึงเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างการลงทุนใหม่ การจ้างงาน และรายได้ให้ประชาชน
รัฐบาลเร่งขับเคลื่อน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ทั้งระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การยกระดับระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ ทั้งถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน รวมถึงพื้นที่ EEC และ Southern Economic Corridor ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุน ผ่านโครงการ Thailand FastPass และการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานภาครัฐและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
ไทยตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและนวัตกรรมสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล AI วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เกษตรสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมเดินหน้าผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thailand–EU FTA) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออกและการลงทุน
ด้านผู้แทนภาคธุรกิจยุโรปยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายการลงทุนที่สำคัญ ด้วยศักยภาพด้านทำเล ฐานการผลิต และแรงงานคุณภาพ พร้อมสนับสนุนการผลักดัน FTA ไทย–EU และการเข้าเป็นสมาชิก OECD รวมถึงเสนอความร่วมมือในด้านการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การแพทย์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ อาหาร การเงิน เศรษฐกิจดิจิทัล และ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายและลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้อต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างงาน เพิ่มรายได้ และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน








