กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดประกาศหมายบังคับคดีให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในเขตทับลานตามคำพิพากษาศาล บริเวณตำบลไทยสามัคคี จ.นครราชสีมา 3 ราย พร้อมเตรียมเสนอให้ ปปง. พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะทำงานช่วยเหลือชุมชนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดตามคำพิพากษาของศาลอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานต่างๆ สนธิกำลังร่วมกันติดประกาศหมายบังคับคดีให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามคำพิพากษาศาลในพื้นที่ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 3 ราย ได้แก่ เจ้าของริมผา รีสอร์ท , เจ้าของบ้านพักตากอากาศหรู และเจ้าของวิมานหมอก วังน้ำเขียว ขณะที่เจ้าของรีสอร์ทสตาร์เวลล์ โฮม การ์เด้น ได้แสดงความประสงค์ขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) และอุทยานแห่งชาติทับลาน รวบรวมข้อมูลโรงแรมและรีสอร์ททุกแห่งที่เคยถูกดำเนินคดี แต่ยังเพิกเฉยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พร้อมจัดทำรายละเอียดทั้งรายชื่อเจ้าของ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล บันทึกการจับกุม ผลการดำเนินคดี ภาพถ่ายปัจจุบัน และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งให้คณะทำงานภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว กระทรวงทรัพย์ฯ จะเสนอเรื่องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน โดยตรวจสอบและยึดทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ที่ได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานโดยมิชอบ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการแยกคนอยู่กับป่าออกจากกลุ่มนายทุน ผู้ที่เป็นประชาชนและมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ จะต้องได้รับความเป็นธรรมและมีที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่สำหรับผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ ทั้งโรงแรม รีสอร์ท หรือบ้านพักตากอากาศที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ตั้งแต่การรื้อถอน การยึดทรัพย์ และการดำเนินคดีตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดใช้ทรัพยากรของชาติแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบอีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง