นายกฯ เปิด Thailand–China Cooperation Expo 2026 เชื่อมโยงการค้า การลงทุน นวัตกรรม เทคโนโลยี ไทย – จีน สู่ความมั่งคั่งร่วมกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานแสดงสินค้า Thailand–China Cooperation Expo 2026 โดยมีคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย–จีนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 3 องค์กรหลัก ได้แก่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และ นายหลิว เฉวียนเหลย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย เข้าร่วม ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Investing for the Future, Growing Together”ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และนวัตกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนระหว่างไทย-จีน และภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้จัดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทำให้ทุกประเทศต้องทบทวนยุทธศาสตร์และกำหนดทิศทางความร่วมมือกับมิตรประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน สำหรับประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองประเทศมีรากฐานความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนานจากความผูกพันระหว่างประชาชนสู่ประชาชน จึงสามารถต่อยอดความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมั่นคง ความสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี 2568 แต่สายสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีรากฐานมายาวนานนับพันปี บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการเกื้อกูลกัน จนกลายเป็นมิตรภาพที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และพร้อมก้าวสู่ความร่วมมือในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือกับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงด้านการวิจัย พัฒนา และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว ทั้งนี้จากการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้พบหารือกับผู้นำจีนและผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำ ต่างเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และพร้อมขยายการลงทุนในไทยมากขึ้น รัฐบาลเชื่อมั่นต่อการลงทุนจากภาคเอกชนจีน เพราะไม่เพียงช่วยสร้างเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงาน แต่ยังนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าสู่ประเทศไทย ส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานไทย และยกระดับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่าประเทศไทยเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อนักลงทุนและประชาชนไทย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยได้ขยายการลงทุนและสร้างเครือข่ายธุรกิจในประเทศจีนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ด้วยศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสามารถดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศได้เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักลงทุนจากทั่วโลก และพร้อมสนับสนุนการสร้างพันธมิตรทางการค้าและการลงทุนอย่างเต็มที่ ผ่านการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และผ่านโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้การลงทุนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งขจัดอุปสรรคจากขั้นตอนราชการและการทุจริต ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าข้าราชการทุกคนต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยมีเสถียรภาพและมีความพร้อมในการดูแลความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความมั่นคงภายในและการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและนักลงทุน และรัฐบาลมีศักยภาพในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จึงขอให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นและเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงหรือเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นักลงทุน และชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักหรือประกอบธุรกิจในประเทศ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ดูแลความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ จากประสบการณ์การทำงานในฝ่ายบริหารมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเข้าใจถึงความต้องการของภาคธุรกิจ และพร้อมกำกับดูแลให้ทุกหน่วยงานของรัฐร่วมกันอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่น เชื่อมั่นว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่หากประเทศไทยมีความเข้มแข็งจากภายใน และเดินหน้าความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนสำคัญอย่างจีนอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ ซึ่งงาน Thailand – China Cooperation Expo 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ สร้างเครือข่ายธุรกิจ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และต่อยอดความร่วมมือจากระดับประเทศสู่ระดับท้องถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกันของทั้งไทยและจีนในอนาคต

นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีเริ่มต้นของ “ห้าสิบปีทอง บทใหม่” แห่งความสัมพันธ์จีน–ไทย ยืนยันว่าจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยเป็นลำดับต้นในนโยบายการทูตรอบบ้าน พร้อมยึดถือไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่เชื่อถือได้และพึ่งพาได้เสมอมา ทั้งนี้ ได้ฝากความคาดหวัง 3 ประการต่องาน Expo ครั้งนี้ ได้แก่ การเป็นเวทีสื่อสารระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ การเป็นเวทีกระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมผ่านการจัดซื้อในประเทศ การวิจัยพัฒนา และการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการ SMEs ไทย และการเป็นเวทีเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนามคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย–จีนอย่างยั่งยืน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปี 2568 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จในการสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทยและจีน จึงเป็นที่มาของการสานต่อความสำเร็จ เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยปีนี้มีผู้ประกอบการไทยและจีนเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท จัดแสดงสินค้ากว่า 670 บูธ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ และศักยภาพของเวทีนี้ในการเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–จีนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สำหรับไฮไลต์สำคัญอีกส่วนของงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 คือการยกระดับพื้นที่ให้บริการผู้ประกอบการแบบครบวงจร ผ่าน Consultation Zone ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐกว่า 9 หน่วยงาน อาทิ BOI, EEC, กรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากร ให้คำปรึกษาครบทุกมิติ ตั้งแต่สิทธิประโยชน์การลงทุน กฎระเบียบการค้า การจ้างแรงงานต่างชาติ นอกจากนี้ยังมี Job Fair รวมตำแหน่งงานจาก 47 บริษัทชั้นนำไทย-จีน เปิดรับสมัครกว่า 3,000 อัตรา และ Education Fair ทุนการศึกษากว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำจีนกว่า 20 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรไทยรุ่นใหม่สู่เศรษฐกิจยุค AI และเทคโนโลยี อีกทั้งได้ยกระดับจากงานแสดงสินค้าไปสู่แพลตฟอร์มความร่วมมือไทย–จีนอย่างครบวงจร เชื่อมโยงเงินลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม บุคลากร และเครือข่ายธุรกิจ มีโซนแสดงหุ่นยนต์จาก 3 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้แก่ UBTECH, AGIBOT และ DOBOT ที่ยกทัพ “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นล่าสุด” หุ่นยนต์โลจิสติกส์ และหุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยระบบ AI มาโชว์ศักยภาพเดิน วิ่ง เต้นรำ และหยิบจับสิ่งของได้อย่างเป็นธรรมชาติ และกิจกรรมตลอดงาน ทั้ง Humanoid Show, Humanoid Parade, Dance Performance และ Running Competition ซึ่งสะท้อนภาพอนาคตของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่กำลังก้าวสู่ยุคอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง