ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมการปกครอง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส และหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “ตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อช่วยเหลือคนไทยในประเทศมาเลเซียที่มีสถานะตกหล่นทางทะเบียนราษฎร” พร้อมเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการสุขภาพครบวงจร ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู เปิดเผยว่า ปี 2569 มีผู้ลงทะเบียนเข้ารับการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จำนวน 201 คน แบ่งเป็นบุคคลตกหล่นทางทะเบียนราษฎร 128 ราย และบุคคลอ้างอิง 73 ราย รวม 66 ครอบครัว สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการช่วยลดปัญหาสถานะบุคคล และเปิดโอกาสให้คนไทยในต่างแดนเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน
โครงการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 กรกฎาคม 2569 นับเป็นปีที่ 2 ของการบูรณาการงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ร่วมกับการให้บริการทางการแพทย์นอกราชอาณาจักร โดยนอกจากการตรวจ DNA ยังมีบริการตรวจสุขภาพทั่วไป ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ พร้อมเพิ่มบริการด้านทันตกรรมและการตรวจสุขภาพช่องปาก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของคนไทยที่เกิดในต่างประเทศและยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อผ่านกระบวนการรับรองสถานะแล้ว จะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล สวัสดิการของรัฐ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ด้านนายแพทย์วุฒิชัย ดิลกธราดล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ระบุว่า หน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ร่วมดำเนินภารกิจนี้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ครอบคลุมการตรวจสุขภาพ บริการทันตกรรม การฉีดวัคซีน และการคัดกรองโรค เพื่อให้คนไทยในมาเลเซียเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู เชิญชวนคนไทยในประเทศมาเลเซียติดตามข่าวสารจากช่องทางประชาสัมพันธ์ของทางการ และช่วยเผยแพร่ข้อมูลไปยังเครือข่ายญาติมิตร เพื่อไม่พลาดโอกาสเข้าถึงสิทธิและบริการจากภาครัฐ








