นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครองจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบสถานบริการโรงแรม พื้นที่อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนว่าอาจมีโรงแรมที่ดำเนินธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการโรงแรม
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมแห่งแรก พบว่า เป็นพูลวิลล่า มีทัศนียภาพสวยงาม แต่เมื่อประเมินเบื้องต้น คาดว่าอาจไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการออกตั้งแต่แรก รวมทั้งมีการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อตรวจสอบในระบบออนไลน์ พบว่ามีการเปิดขายและรับจองที่พักจริง และสำหรับโรงแรมแห่งที่ 2 พบว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารที่พักอาศัย แต่ได้ถูกดัดแปลงเพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมและมีการเสนอขายผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการประกอบธุรกิจอย่างชัดเจน
สิ่งที่เป็นข้อกังวลอย่างยิ่งสำหรับการประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต คือ “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาพักอาศัย” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของบันไดหนีไฟ และอุปกรณ์สำหรับกรณีฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้เข้าพักหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ทางเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายพลพีร์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายธุรกิจ ใดๆ แต่ต้องการให้ทุกธุรกิจดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญที่สุด คือ การปกป้องผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ที่กระทำผิด เนื่องจากผู้ที่ลักลอบเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตมักจะหลีกเลี่ยงมาตรการด้านการก่อสร้าง มาตรการด้านความปลอดภัย และไม่ต้องเสียภาษี ทำให้สามารถกำหนดราคาห้องพักได้ถูกกว่าผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาต ซึ่งต้องลงทุนสูงในด้านระบบป้องกันภัยและความปลอดภัยต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงพยายามปกป้องพื้นที่ให้กับผู้ที่เคารพกฎหมาย
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความสำเร็จในวันนี้ คือ การลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่มีหลักฐานข้อมูลเชื่อมโยงว่าเป็นพื้นที่ของกลุ่มนอมินี ซึ่งได้มีการแถลงข่าวไปแล้วในช่วงบ่าย โดยในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมร่วมกับทางจังหวัดเพื่อกำหนดมาตรการในการดำเนินการขั้นต่อไป และขอยืนยันว่า การตรวจสอบในลักษณะนี้จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ และไม่ได้จำกัดเป้าหมายเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่จะขยายผลไปทั่วประเทศ และการลงพื้นที่สำรวจและเดินตรวจความเรียบร้อยในช่วงเย็นวันนี้ ก็ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า เป็นการแจ้งกำหนดการแบบเร่งด่วน เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป
นายพลพีร์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นเรื่องสัญชาติของเจ้าของกิจการนั้น แม้ผู้ดูแลจะระบุว่าเป็นคนไทย แต่ทางเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดการจดทะเบียนต่างๆ อย่างถี่ถ้วนเสียก่อน ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติที่มาเอาเปรียบ หรือคนไทยที่เอาเปรียบคนไทยด้วยกันเอง ขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการให้อยู่ในกรอบของความถูกต้องและถูกกฎหมาย เพราะมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงได้กำหนดขึ้น ทั้งเรื่องการก่อสร้างและการขออนุญาต ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้รับบริการได้รับความปลอดภัยสูงสุด








