นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการกรมป่าไม้เร่งดำเนินการเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการนำขยะมลพิษมาทิ้งในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยไคร้ ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่เข้าไปเก็บหาเห็ดและของป่าในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 2 ทุ่งโพธิ์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี ร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองบ้านเขากระแต และตำรวจ สภ.วังตะเคียน เข้าตรวจสอบกลางป่าเต็งรัง มีพื้นที่ติดกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุร ตรวจพบกองเศษสายไฟและสายเคเบิ้ลหุ้มฉนวน ทั้งสีแดงและสีดำถูกนำมาทิ้งไว้กระจายกันถึง 4 กองใหญ่ บางส่วนถูกอัดแน่นใส่ถุงบิ๊กแบ็คขนาดใหญ่ โดยมีร่องรอยการจุดไฟเผาเพื่อลอมละลายเอาเฉพาะทองแดงและอลูมิเนียมข้างในไปขาย แล้วทิ้งปลอกพลาสติกกับกากเคมีเผาไหม้ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ ประเมินน้ำหนักขยะพิษกองนี้ไม่ต่ำกว่า 200–300 กิโลกรัม คาดว่า ถูกแอบนำมาเผาช่วงดึกก่อนหน้าที่ประชาชนจะมาเจอประมาณ 2 วัน
พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ และเป็นพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ที่ประชาชนใช้เก็บเห็ดเก็บของป่าเลี้ยงชีพ การที่มีคนเอาขยะเคมีมาทิ้งและจุดไฟเผาแบบนี้ ถือเป็นการทำลายธรรมชาติและสร้างมลพิษทางอากาศกับดินอย่างร้ายแรง จากที่ได้รับรายงานพบกลุ่มทุนนำขยะพิษมาทิ้งกระจายไปทั่วจังหวัดปราจีนบุรี ขณะนี้ที่ตรวจพบมี 3 จุดใหญ่ ได้แก่จุดที่ 1 ตำบลหาดนางแก้ว อำเภอกบินทร์บุรี มีขยะสายไฟบดอัดมาดัมป์ทิ้งในบ่อลูกรังเก่าพื้นที่สาธารณะ กว้างกว่า 3 ไร่ ลึกถึง 6 เมตร แล้วเอารถไถมาดันดินกลบปิดปากบ่อ ทำให้น้ำในบ่อเน่าเสีย จุดที่ 2 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี มีผงเคมีสีดำที่คายความร้อนตลอดเวลามาเทปรับพื้นที่ เอาเปลือกสายไฟมาบดอัดทำเป็นถนน และมีการปล่อยน้ำเสียปนคราบน้ำมันเครื่องใช้แล้วลงสระน้ำการเกษตร จนน้ำกลายเป็นสีเทาเข้มส่งกลิ่นฉุน และสุดท้าย จุดที่ 3 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี มีการลักลอบขนสายไฟ 200–300 กิโลกรัม เข้ามาจุดไฟเผาวินาศควันโขมง กลางป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) กรมควบคุมลมพิษ เร่งเข้าไปตรวจสอบ หากพบผู้กระทำความผิดที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดและไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด








