งาน THAI MSME FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนนโยบายเป็นโอกาสทางธุรกิจ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) โดยสมาพันธ์ SME ไทย จัดเวทีรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ MSME ทั่วประเทศ พร้อมส่งมอบ “สมุดปกน้ำเงิน – ข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก” ให้แก่รัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
ภายในงานมีผู้ประกอบการ MSME สมาชิกสมาพันธ์ เครือข่ายธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพันธมิตรจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 1,400 คน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการไทย
ไฮไลต์สำคัญ คือ การส่งมอบ “สมุดปกน้ำเงิน” ให้แก่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ MSME และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
ด้าน ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ MSME ไทย กล่าวว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สมาพันธ์ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น การประชุมเชิงปฏิบัติการ และสำรวจความคิดเห็นจากเครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ ก่อนสังเคราะห์ออกมาเป็น “สมุดปกน้ำเงิน” ซึ่งสะท้อนเสียงของผู้ประกอบการจากทุกภูมิภาค ไม่ใช่เพียงข้อเสนอของสมาพันธ์เพียงองค์กรเดียว
สมุดปกน้ำเงินฉบับดังกล่าว เสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 5 วาระสำคัญ ได้แก่ การสร้างโอกาสทางการตลาด การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะ AI การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ขณะที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ MSME เพราะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่พร้อมเรียนรู้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น แม้ในด้านที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญ โดย AI สามารถช่วยงานได้หลากหลาย ทั้งการสื่อสาร การตลาด การสร้างคอนเทนต์ และการถ่ายภาพสินค้า ช่วยยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย แต่ผู้ใช้งานต้องรู้เท่าทันและใช้วิจารณญาณ เนื่องจาก AI อาจให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนได้หากขาดการตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลกใน 3 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก และความขัดแย้งทางการค้า ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะมาตรการด้านภาษีและกติกาการค้าระหว่างประเทศ
ภาครัฐพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางการตลาด ส่งเสริมให้บริษัทขนาดใหญ่สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กผ่านมาตรการภาษี เพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจาก MSME และขยายโอกาสการค้าสู่ตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลของประชาชนกว่า 2.3 ล้านคน พบว่าประชาชนต้องการการพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้กำหนดมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น








