นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 นำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าหารือกับ Mr. Lazare Eloundou Assomo ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก (World Heritage Centre) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 48 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ BEXCO นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ การพัฒนา และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพื่อความยั่งยืน
การหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมืออันดี โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกในระดับนานาชาติ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับศูนย์มรดกโลกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นายสุชาติ กล่าวขอบคุณศูนย์มรดกโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของศูนย์มรดกโลก ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี และการประสานความร่วมมือ ภายหลังการประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงทางวัฒนธรรมและศาสนา สร้างความสามัคคีของคนในชาติ รวมทั้งเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในพื้นที่
นายสุชาติ ยังกล่าวถึงการเสนอ “เชียงใหม่ : นครหลวงของล้านนา” เป็นแหล่งมรดกโลกในปีต่อไป โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อเสนอแนะขององค์การยูเนสโกอย่างเคร่งครัด พร้อมแจ้งต่อผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกว่า ไทยได้ดำเนินการตามข้อแนะนำของศูนย์มรดกโลกในประเด็นแหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่แล้ว
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่เป็นรัฐภาคีของอนุสัญญามรดกโลกมาอย่างต่อเนื่อง และมีความเข้าใจกระบวนการเสนอแหล่งมรดกโลกเป็นอย่างดี พร้อมขอให้ประเทศไทยถ่ายทอดประสบการณ์แก่ประเทศที่ยังไม่มีแหล่งมรดกโลก ซึ่งนายสุชาติได้ตอบรับความพร้อมในการสนับสนุนประเทศดังกล่าวในระยะต่อไป
การพบหารือครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการอนุรักษ์มรดกโลกบนเวทีนานาชาติ ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับศูนย์มรดกโลก และเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือด้านการอนุรักษ์มรดกโลก เพื่อส่งต่อคุณค่าอันล้ำค่าสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน








