รัฐบาลเดินหน้าเจรจาความตกลงกับสหรัฐฯ กำหนด 4 แนวทางรับมือผลกระทบผู้ส่งออกไทย

นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีมาตรา 301 ในประเด็นการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานภาคบังคับ โดยจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากไทยในอัตราร้อยละ 12.5 ซึ่งไทยถูกจัดเก็บในอัตราสูงสุดที่ร้อยละ 12.5 ภายใต้มาตรการ 301 

โดยทีมไทยแลนด์ ได้เร่งเดินหน้าการเจรจาความตกลงกับสหรัฐฯเพื่อรักษา ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และลดผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว มีเป้าหมายของการเจรจา ต้องทำให้อัตราภาษีที่สหรัฐฯ จัดเก็บจากสินค้าไทย ไม่แตกต่างจากประเทศคู่แข่งมากเกินไป พร้อมผลักดันให้มีรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ กำหนดแนวทางดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่ เร่งผลักดันกฎหมายในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานภาคบังคับ และยกระดับมาตรฐานของไทยให้สอดคล้องกับหลักสากล เร่งสรุปข้อตกลงกับสหรัฐเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย สนับสนุนการลงทุนของภาคธุรกิจไทยในสหรัฐเพื่อสร้างการจ้างงาน มูลค่าเพิ่มและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยเน้นสินค้าที่ไทยผลิตไม่ได้หรือผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้า

สำหรับการวางมาตรการรองรับประเด็นมาตรา 301 จะผลักดันกฎหมายและมาตรการด้านแรงงานภาคบังคับเพื่อยกระดับมาตรฐานของไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศคู่ค้า กรณีการไต่สวนในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ได้ชี้แจงต่อสหรัฐฯแล้วว่าภาคอุตสาหกรรมไทยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่เข้าข่ายการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างตามข้อกังวลของสหรัฐฯ  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง