นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงและโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนอย่างหนักจากปัจจัยการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยราคาซื้อขายน้ำมันในเดือนกรกฎาคมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนเฉลี่ย 7-8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10-12
ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG นำเข้า ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 11 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 18-20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 60 จากความเสี่ยงด้านอุปทานที่ต้องพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงแนวโน้มความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน มีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศถึง 101 วัน พร้อมเตรียมมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ด้านราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่น เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกภายในประเทศและลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก
ส่วนการนำเข้า LNG ซึ่งมีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า จะบริหารจัดการด้วยการเพิ่มการจัดหาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในระยะสั้นและจาก สปป.ลาว รวมถึงเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อลดปริมาณการนำเข้า LNG ให้ได้มากที่สุด
กระทรวงพลังงานยืนยันว่า พร้อมดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน และลดผลกระทบจากราคาพลังงานโลกต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ได้มากที่สุด








