นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ตากใบ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ว่า วันนี้ผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมงานได้ลงพื้นที่ไปดำเนินการแล้ว ตนจึงได้กำชับให้ฝ่ายปกครองเข้าไปทำงานร่วมกันเพื่อดูแลชาวบ้านด้วย
สำหรับกรณีที่สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีแค่กลุ่มเห็นต่าง แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของยาเสพติด และการค้าของเถื่อนได้กำชับอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ได้กำชับทุกเรื่อง และเรื่องของยาเสพติด เราก็เร่งปราบอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ประธานาธิบดีของเมียนมาก็จะมาเยือนประเทศไทย เพื่อพูดคุยเรื่องของยาเสพติด แร่ธาตุที่อยู่ในแม่น้ำ และปัญหาฝุ่นมลพิษอย่างจริงจัง
ส่วนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งกรณีการค้าของเถื่อนและยาเสพติดได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มีการจับกันตลอดเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าใครจะทำผิดกฎหมายบ้าง แต่ถ้าเขาลองมาท้าทายกฎหมาย เราก็จะดำเนินการจับกุมในทุกเรื่อง ซึ่งในขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดซื้อรถเอ็กซเรย์เรียบร้อยแล้ว พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่จังหวัดระนอง เราก็จับของเถื่อนได้มูลค่ากว่า 200-300 ล้านบาท ฉะนั้นถ้าอยากเจ๊งก็ลองดู และ ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา เราก็จับได้ที่จังหวัดชุมพร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ แต่ถ้าแหยมเข้ามาก็โดนจับ เคลียร์ไม่ได้ จึงขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีการเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทรมาเคลียร์ไม่ได้ หน้าแตกกันไปก็หลายคนแล้ว
ขณะที่ เหตุปะทะล่าสุดที่จังหวัดยะลา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับรายงานแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้รับรายงานทุกอย่าง ซึ่งเรื่องนี้เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลอยู่แล้วตามนโยบายข้อสั่งการที่ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการระงับเหตุและป้องกันปราบปรามคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ จึงไม่ต้องถามกลับมายังรัฐบาล เพราะอำนาจอยู่ที่นั่นหมดแล้ว
ส่วนสถานการณ์ในขณะนี้ที่ได้มีการเลื่อนพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่บานปลายขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พูดคุยก็พูดคุยไป ส่วนการปราบปรามก็ต้องดำเนินการควบคู่กันไป
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเป้าหมายในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้ด้วย ว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความร่วมมือต่างๆที่เกี่ยวที่เกี่ยวพันกับปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ต้องพูดคุยกัน








