“สุริยะ” กำชับกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รับมือฝนเดือนสิงหาคม พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำเชิงรุกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม โดยเน้นป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชน พื้นที่เกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจ ควบคู่กับการเก็บกักน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ และระบบชลประทาน เพื่อรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับข้อมูลพยากรณ์อากาศที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC) ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประเมินแนวโน้มฝนและปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสำคัญ เพื่อนำมาปรับการบริหารจัดการทั้งการเก็บกักน้ำ การพร่องน้ำ และการระบายน้ำ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของอาคารชลประทานและผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำเป็นสำคัญ

ข้อมูล ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ระบุว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 43,425 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุรวม และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 33,241 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำอย่างสมดุล เพื่อรองรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝน และรักษาปริมาณน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศเพิ่มความถี่ในการติดตามพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทาน ระบบระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ รวมถึงจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์

กรมชลประทานยังบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและประเมินแนวโน้มสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำข้อมูลมาปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และปริมาณฝนที่เกิดขึ้นจริง เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง