นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วย นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมมอบนโยบายเร่งด่วนให้เปิดใช้ส่วนงานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จทันที เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยไม่ต้องรอให้โครงการทั้งหมดแล้วเสร็จ
จากการติดตามแผนพัฒนาหนองหาร จังหวัดสกลนคร ซึ่งประกอบด้วย 62 โครงการ วงเงิน 7,445 ล้านบาท พบว่ามีความก้าวหน้าร้อยละ 21.10 โดย สทนช. ร่วมกับจังหวัดสกลนครเร่งทบทวนแผนพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน ทั้งด้านการผลิตน้ำประปาที่มีความคืบหน้าเกือบสมบูรณ์ การนำนวัตกรรมมาจัดการวัชพืชและต่อยอดเป็นปุ๋ยเชิงพาณิชย์ การสนับสนุนประมงท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 40 ล้านบาทต่อปี รวมถึงการอนุรักษ์พื้นที่ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและแก้ไขปัญหาน้ำเสียในชุมชน
ส่วนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัดหนองคายและจังหวัดอุดรธานี วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท มีความก้าวหน้าร้อยละ 25 โดยจุดยุทธศาสตร์สำคัญคือสถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง อำเภอโพนพิสัย ซึ่งดำเนินการแล้วร้อยละ 84.46 พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง มีกำลังสูบรวม 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคู่กับการก่อสร้างพนังกั้นน้ำระยะทาง 82 กิโลเมตร และแก้มลิง 35 แห่ง เพื่อบริหารจัดการน้ำสำหรับพื้นที่เกษตรกว่า 300,000 ไร่ รองรับทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง
ปัจจุบันปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงร้อยละ 10 และปริมาณน้ำในหนองหารลดลงกว่า 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สทนช. จึงร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ติดตามสถานการณ์รายวัน พร้อมบริหารจัดการน้ำผ่านระบบเส้นควบคุม (Dynamic Curve) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ด้านนายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการ สทนช. ภาค 3 เปิดเผยว่า เลขาธิการ สทนช. ได้กำชับให้เร่งปรับปรุงแผนบริหารจัดการน้ำของหนองหาร เพื่อเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณา พร้อมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด








