มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พัฒนาโมเดล 9 วันเลิกยาบ้า ใช้ ‘สมุนไพร’ ล้างพิษร่างกาย 100% ชงรัฐขยายผล-ประหยัดงบประเทศ

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และคณะกรรมการบริหารเครือข่ายองค์กรวิชาการสารเสพติด ระบุว่า ปี 2567 ประเทศไทยมีผู้ใช้สารเสพติดอายุ 12–65 ปี ประมาณ 1.9 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 1.5 ล้านคนใช้แอมเฟตามีน (ยาบ้า) ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีผู้เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูทั่วประเทศเพียง 189,417 คน หรือไม่ถึงร้อยละ 10 ของผู้เสพทั้งหมด สะท้อนว่าระบบบำบัดรักษายังไม่เพียงพอ ทั้งด้านต้นทุน การพึ่งพายานำเข้า การเข้าถึงบริการ และการดูแลที่ยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้มีโอกาสกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำสูง

ศ. ดร.ภญ.อรุณพร อิฐรัตน์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรองประธานคณะอนุกรรมการศึกษาการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดประเภทแอมเฟตามีนและสารเสพติดที่เกี่ยวข้องด้วยสมุนไพรและแพทย์แผนไทย พร้อมคณะ จึงพัฒนา “โปรแกรมการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติดประเภทแอมเฟตามีนด้วยสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย” หรือ “คลินิกอบอุ่น” เพื่อเติมเต็มข้อจำกัดของระบบบำบัดรักษา โดยทดลองนำร่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร หนองบัวลำภู และนครปฐม จังหวัดละ 30 คน

แม้ว่าการใช้สมุนไพรไทยในการบำบัดจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมา ยังขาดรูปแบบบริการที่เป็นระบบและกลไกถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ระดับพื้นที่ จึงพัฒนาโปรแกรมที่ใช้แนวคิดการดูแลแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยใช้ทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย เภสัชกร แพทย์แผนไทย แพทย์ จิตแพทย์ และพยาบาล ร่วมกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่

สำหรับการบำบัดด้านร่างกาย ใช้สมุนไพรไทยในบัญชียาหลักด้านสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่ ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง ชาชงกระเจี๊ยบแดง ธรณีสัณฑะฆาต และชาชงรางจืด เพื่อช่วยขับสารพิษผ่านระบบทางเดินอาหาร ปัสสาวะ และผิวหนัง ควบคู่กับการฝึกสติ ปรับพฤติกรรม พัฒนาทักษะชีวิต และสร้างอาชีพจากการทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม

โปรแกรมดังกล่าวใช้เวลาบำบัดเพียง 9 วัน ผลการตรวจพบว่าสามารถกำจัดเมทแอมเฟตามีนออกจากร่างกายได้ 100% โดยไม่พบความผิดปกติของตับและไต อีกทั้งการติดตามผลหลังกลับสู่สังคมพบว่า ผู้เข้าร่วมมีอัตรากลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำต่ำกว่าร้อยละ 30 คุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตดีขึ้นในทั้ง 4 จังหวัด จึงได้จดลิขสิทธิ์โปรแกรมดังกล่าวในนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรียบร้อยแล้ว

“สถานบำบัดรักษาฟื้นฟูฯ หรือมินิธัญญารักษ์ในปัจจุบัน อย่างน้อยต้องใช้เวลาบำบัด 15 วัน และหากอาการไม่ดีขึ้น บางรายต้องเข้าค่ายบำบัดต่ออีกประมาณ 4 เดือน” ศ. ดร.ภญ.อรุณพร กล่าว

ปัจจุบันคณะผู้วิจัยได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เพื่อขยายผลโปรแกรมผ่านระบบ “ครูแม่ไก่” ไปยังจังหวัดราชบุรี ลำปาง นครปฐม และสมุทรสาคร เพื่อสร้างเครือข่ายบุคลากรในพื้นที่ และเพิ่มการเข้าถึงบริการบำบัดในระดับชุมชน

นอกจากนี้ ทีมนักวิชาการยังเสนอให้ภาครัฐเร่งขยายผลใน 3 แนวทาง ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดด้วยสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย 4 แห่งใน 4 ภูมิภาค การนำโปรแกรมไปใช้ควบคู่กับหน่วยบริการบำบัดรักษาที่มีอยู่ และการขยายผลระบบ “ครูแม่ไก่” เพื่อสร้างเครือข่ายการบำบัดในระดับชุมชน ผ่านหลักสูตรสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มการยอมรับและการใช้สมุนไพรไทยในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นระบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง