พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) หรือ สกส. เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินการจัดการปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมออนไลน์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นการรั่วไหลของข้อมูลโดยทั่วไป แต่เกิดจากมิจฉาชีพนำ Username และ Password ที่ได้มาโดยมิชอบ หรือใช้ช่องทางที่สร้างขึ้นเพื่อเข้าไปดึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยผิดกฎหมาย
ปัจจุบัน สกส. ได้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์ครอบคลุม 3 มิติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำจะควบคุมหน่วยงานผู้ดูแลข้อมูล เช่น กรมการปกครอง และกรมการขนส่งทางบก พร้อมร่วมกับสถาบันดูแลความปลอดภัยไซเบอร์เข้าตรวจสอบมาตรฐาน หากพบหน่วยงานใดมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่หละหลวม จะเสนอคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาลงโทษทางปกครอง
ส่วนกลางน้ำ สกส. เดินหน้ากวาดล้างตลาดซื้อขายข้อมูล โดยล่าสุดร่วมมือกับตำรวจสอบสวนกลางสืบสวนและจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับตลาดกลางซื้อขายข้อมูลแล้วกว่า 18 ราย
ขณะที่ปลายน้ำ จะดำเนินการกับผู้ที่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์โดยผิดกฎหมาย ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พ.ต.อ. สุรพงศ์ ฝากความห่วงใยถึงประชาชนว่า ขออย่าตื่นตระหนก แต่ให้ตระหนักและรู้เท่าทัน โดยเฉพาะไม่หลงเชื่อ ไม่หลงโอนเงิน และไม่กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก หากมีบุคคลโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ควรวางสายและติดต่อกลับไปยังหน่วยงานนั้นโดยตรงเพื่อยืนยันข้อมูล
หากประชาชนพบว่าตนเองได้รับความเสียหายหรือถูกละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนมายัง สกส. เพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้








