นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการแข่งขันโต้วาทีสร้างสรรค์สังคม “สภาวาที” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 16 ทีม Season 3 ณ โถงหน้าห้องสัมมนา B1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่โครงการ “สภาวาที” เกิดขึ้น โดยมีหลักคิดตามแนวทาง “สุ จิ ปุ ลิ” ซึ่งมุ่งสร้างเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เปรียบเยาวชนเป็น “ไม้อ่อน” ที่สามารถดัดให้เติบโตไปในทิศทางที่เหมาะสม โดยเฉพาะในยุคสังคมออนไลน์ที่การใช้คำพูดและการสื่อสารมีความสำคัญ จึงควรรู้จักใช้คำพูดให้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อสังคม
การแข่งขันครั้งนี้มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสิน เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้รับความยุติธรรมอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่ต้องการเห็นในสังคมคือ “ความยุติธรรม” และเวที “สภาวาที” ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมให้แก่เยาวชน
สำหรับการแสดงความอาลัย นายโสภณ กล่าวว่า การยืนถวายความอาลัยในทางพุทธศาสนา ถือเป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชา โดยสมเด็จพระพันปีหลวงฯ ทรงเป็นบุคคลที่ควรบูชา ขณะที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นต้นแบบของความเสมอภาค โดยเฉพาะการเสด็จไปทรงงานและติดตามสารทุกข์สุกดิบของผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม
นายโสภณ ยังแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบ และเห็นว่าสิ่งที่สังคมต้องการคือ “สังคมแห่งความรัก” เช่นเดียวกับการแข่งขัน “สภาวาที” ที่ไม่ได้มุ่งให้เยาวชนเอาชนะกัน แต่ต้องการสร้างความรัก ความเข้าใจ และการใช้เหตุผลร่วมกัน เพราะเยาวชนคืออนาคตของประเทศ พร้อมต้องการผลักดันโครงการให้ขยายไปสู่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเปิดโอกาสให้ได้รับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างทั่วถึง
ที่ผ่านมาตนได้จัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด และคาดว่าจะผลักดันการขับเคลื่อนกฎหมายยาเสพติดเข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมหน้า พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างทักษะให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะหลัก “สุ จิ ปุ ลิ” ได้แก่ ฟัง คิด ถาม และเขียน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้เหตุผล
นายโสภณ ฝากถึงนักเรียนและเยาวชนในฐานะที่เคยเป็นครูว่า ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง โดยตนยึดหลัก “รักโรงเรียนเหมือนบ้าน รักงานเหมือนชีวิต” และเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกฝ่ายร่วมกันถอดบทเรียน สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของการเป็น “คนดี” ซึ่งหมายถึงคนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และสามารถเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้เช่นกัน
หวังว่าเวที ‘สภาวาที’ จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างเยาวชนให้รู้จักใช้เหตุผล ใช้คำพูดอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันสร้างสังคมที่มีความรัก ความยุติธรรม และความเข้าใจ








