มท.3 กำชับ 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขงภาคอีสาน เตรียมพร้อมรับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมเร่งสื่อสารข้อมูลให้รวดเร็ว ถูกต้อง

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ศาลากลางจังหวัดนครพนม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม เลย หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เข้าร่วม

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบหมายให้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์และความต้องการของแต่ละจังหวัด เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถสนับสนุนพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว

การรับมือสถานการณ์ในปัจจุบันต้องดำเนินการทั้งด้านอุทกภัยและภัยแล้งควบคู่กัน เนื่องจากสภาพอากาศมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากพื้นที่จริงและการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกิดผลกระทบ โดยยึดหลัก “รู้ก่อน เตรียมก่อน และช่วยทันที” ทั้งด้านน้ำ เครื่องมือ บุคลากร และแผนการช่วยเหลือ

ด้านการประชาสัมพันธ์สถานการณ์ นายเจเศรษฐ์กำชับทุกหน่วยงานให้เร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เนื่องจากข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของประชาชน โดยต้องแจ้งให้ทราบว่าเกิดเหตุใด พื้นที่ใดได้รับผลกระทบ ระดับน้ำเป็นอย่างไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร และภาครัฐกำลังดำเนินการอะไรอยู่ พร้อมย้ำให้ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อลดความสับสนและป้องกันการแพร่กระจายของข่าวลือ

พร้อมกันนี้ ได้กำชับหน่วยงานด้านการประปา โดยเฉพาะการประปาส่วนภูมิภาค ให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและการให้บริการประชาชนอย่างครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยออกแบบการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงช่องทางดิจิทัล

สำหรับการเตรียมรับมือภัยแล้ง นายเจเศรษฐ์ย้ำว่าไม่ควรรอให้เข้าสู่ฤดูแล้งแล้วจึงเริ่มดำเนินการ แต่ต้องนำข้อมูลในอดีตมาใช้วางแผนล่วงหน้า ทั้งพื้นที่ที่เคยขาดแคลนน้ำ ระยะเวลาที่เริ่มประสบปัญหา ปริมาณน้ำที่มีอยู่ ความต้องการใช้น้ำ และแนวทางแก้ไขที่ผ่านมา เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันและกำหนดกรอบบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม

ทั้งนี้ ให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการประปา ร่วมสำรวจแหล่งน้ำ ระบบประปาหมู่บ้าน และพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดทำแผนสำรองน้ำ โดยให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก หากพบพื้นที่ที่มีแนวโน้มปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ให้เร่งประสานการสนับสนุนก่อนเกิดผลกระทบต่อประชาชน

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกหน่วยงานสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ภายหลังระดับน้ำลดลง เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพปกติ โดยต้องจัดทำรายงานระบุจุดที่ตรวจสอบและดำเนินการแล้ว รวมถึงจุดที่ยังต้องเร่งแก้ไข พร้อมติดตามงานจนแล้วเสร็จ

สำหรับกระสอบทรายและวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ป้องกันน้ำท่วม ได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้จัดเก็บจากทุกพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย พร้อมตรวจสอบพื้นที่ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้วัสดุจากการป้องกันภัยกลายเป็นปัญหาต่อประชาชนภายหลังน้ำลด

การที่ระดับน้ำลดลงไม่ได้หมายความว่าภารกิจสิ้นสุดลง ทุกหน่วยงานต้องทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ จนกว่าพื้นที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง