พิพัฒน์ ระบุว่า การประชุม ครม. สัญจร สงขลา เบื้องต้นมีโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการปรับผังเมืองใหม่ พร้อมให้สภาพัฒน์ฯ ศึกษา ท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ของสงขลา เพื่อรองรับเรือใหญ่

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ  ครม. สัญจร ที่จังหวะสงขลา ระหว่างวันที่  31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2569 ว่า ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ได้ประชุมร่วมกับนายวรศิษฎ์   เลียงประสิทธิ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสรรเพชญ บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึง หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด  และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. เพื่อนำเสนอโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ที่รวบรวมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเสนอ ผ่านกระทรวงมหาดไทย ไปสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะประชุมในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วม  ซึ่งปีที่แล้วจังหวัดสงขลาเจออุทกภัยหนัก และ 4 จังหวัดที่เหลือได้รับผลกระทบเช่นกัน ส่วนโครงการอื่นจะเป็นเรื่องผังจังหวัด ว่า จะปรับสีใหม่หรือไม่ จะพัฒนา หรือ ฟื้นฟูเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดใช้แดนภาคใต้อย่างไร เพราะรายได้ต่อคนต่อปีค่อนข้างต่ำ จึงต้องหารือกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ส่วนสงขลาจะมีโครงการพัฒนาที่จะนะ ที่จะเป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรมลงทุนโดยภาคเอกชน  รวมถึง ให้สภาพัฒน์ ศึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะใหม่ โดยเป็นการนำมาต่อยอดใหม่ ที่สภาพัฒน์ไปสำรวจเรื่อง SCA ซึ่งเหลือประเด็นที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือ การสร้างท่าเรือน้ำลึก โดยปัจจุบันมีท่าเรือน้ำลึกสงขลาอยู่แล้ว แต่วันนี้เกิดปัญหาความแออัด ที่ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่กังวลท่าเรือไม่พอกับการรองรับกับเรือขนส่งสินค้า  ซึ่งท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายได้ เพราะความลึกที่จะขุดลอกให้เกินกว่า 9 เมตร จะติดกับรากหิน บริเวณหัวเขาแดง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถาณ  จึงไม่สามารถที่จะขุดลงไปในทะเลให้ลึกกว่า 9  เมตรได้  ดังนั้น จะมีปัญหาสำหรับเรือที่ขนาดใหญ่ปัจจุบันไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ ซึ่งจะศึกษาเพิ่มเติม  จากที่นายสรรเพชญ ไปหาข้อมูลร่วมกับกรมเจ้าท่า จะนำให้สภาสภาพัฒน์ฯ ศึกษาต่อใหม่ 

ส่วนงบฯ ที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้เท่าไหร่นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นสรุปตัวเลข แต่ที่นำเสนอมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของตัวเลขการลงทุนของภาคเอกชน ส่วนของภาครัฐ คือ การอนุมัติโครงการเท่านั้น แต่หลักใหญ่ คือ เรื่องของผังเมือง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง