นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจนครบาล ป.ป.ท. ป.ป.ง. และ DSI กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เข้าตรวจค้น 7 เป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปทุมธานี เพื่อทลายเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิ์ออกบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรสีชมพูเลข 7 ให้แก่เด็กต่างด้าว
การตรวจสอบพบความผิดปกติในการออกบัตรสีชมพูในพื้นที่สำนักงานเขตดินแดง ตั้งแต่ปี 2567 ถึงปัจจุบัน โดยมีการออกบัตรสูงถึง 2,347 ราย ก่อนขยายผลตรวจสอบแฟลตดินแดงกว่า 5,726 ห้อง และพบห้องพักต้องสงสัย 44 ห้อง
เบื้องต้นพบการย้ายชื่อเด็กต่างด้าวอายุ 5–15 ปี เข้าในทะเบียนบ้าน ท.ร.13 จำนวนมากผิดปกติ บางห้องมีรายชื่อมากกว่า 16 คน รวมเด็กต่างด้าวที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 1,366 ราย โดยพบว่าห้องพัก 3 ห้องแรกมีรายชื่อเด็กรวมกันมากถึง 200 ราย และบางห้องมีการย้ายชื่อเด็กต่างด้าวเข้ามามากถึง 35 คน ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน
จากการสืบสวนยังพบพฤติการณ์ต้องสงสัยว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจอนุมัติการย้ายชื่อภายในระยะเวลาอันสั้น แม้ระบบจะแจ้งเตือนจำนวนผู้อยู่อาศัยเกินกำหนด รวมถึงพบข้อมูลเกี่ยวกับการปลอมลายมือชื่อและการลงนามเอกสารล่วงหน้า สร้างความเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบ 7 ราย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตดินแดง เจ้าบ้าน คนกลาง นายหน้าจัดหาเด็กต่างด้าว และพยานรับรองลายมือชื่อ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
การสวมสิทธิ์เพื่อขอรับบัตรสีชมพูเลข 7 อาจทำให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยเข้าถึงสิทธิและบริการต่าง ๆ ของรัฐ เช่น การรักษาพยาบาล การศึกษา การขออนุญาตทำงาน และการทำธุรกรรมบางประเภท จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ รวมถึงอาชญากรรมทางการเงินและอาชญากรรมข้ามชาติ
ขณะเดียวกัน ผู้พักอาศัยในแฟลตดินแดงรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เดิมมีผู้ติดต่อขอใช้ชื่อในทะเบียนบ้านเพียงไม่กี่ราย พร้อมนำเอกสารมาให้ลงนาม แต่ภายหลังกลับพบว่ามีรายชื่อบุคคลต่างด้าวถูกย้ายเข้าทะเบียนบ้านมากกว่าที่เคยตกลงไว้
ผู้เสียหายยังอ้างว่า เมื่อเข้าไปสอบถามข้อมูลและแจ้งความ กลับถูกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาข่มขู่ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการส่งต่อข้อมูลระหว่างขบวนการกับเจ้าหน้าที่บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอให้เจ้าบ้านหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านที่มีลักษณะผิดปกติ เข้าให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขยายผลตรวจสอบการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันไปยังพื้นที่อื่นต่อไป








