ครม. เห็นชอบกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการคนประจำเรือ – ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ขยายสิทธิ “คู่สมรส” ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจกลุ่มสมรสเท่าเทียม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายและหลักเกณฑ์ด้านแรงงาน รวม 4 ฉบับ ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอ ทั้งกลุ่มคนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และกลุ่มลูกจ้างรัฐวิสาหกิจกลุ่มสมรสเท่าเทียม เพื่อเพิ่มสิทธิและหลักประกันให้คนทำงานแต่ละกลุ่มให้ได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการและมาตรฐานแรงงานให้ทันต่อสภาพสังคมและรูปแบบการจ้างงานยุคใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. ยกระดับระบบสวัสดิการ คนประจำเรือ ได้ประกันสังคม–เงินทดแทน คุมเข้มเด็กต่ำกว่า 18 ปีทำงานกลางคืน ซึ่งผ่านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล (ฉบับที่ …) พ.ศ. … โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดให้ นายจ้างต้องนำคนประจำเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและเงินทดแทนโดยตรง เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี ได้แก่ 1. ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค 2. คลอดบุตร 3. ทุพพลภาพ 4. เสียชีวิต 5. สงเคราะห์บุตร 6. ชราภาพ และ 7. ว่างงาน ตามระบบประกันสังคมและได้รับการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนหากประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน พร้อมทั้งยกระดับการคุ้มครองให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 (Maritime Labour Convention, 2006 : MLC) ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) ที่ประเทศไทยให้สัตยาบันไว้แล้ว

นอกจากนี้ ยังกำหนดชัดเจนว่า ห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรืออายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานระหว่างเวลา 22.00 – 06.00 น. เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมตามหลักสูตร หรือการปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

2. ขยายความคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ได้หลักประกันเพิ่ม รับมือการจ้างงานยุคออนไลน์ ผ่านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ให้ครอบคลุมรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล เช่น การรับงานผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งขยายประเภทที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และงานบริการ โดยกำหนดไม่ให้จ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน และห้ามผู้ว่าจ้างใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงหญิงมีครรภ์ทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

สำหรับค่าตอบแทน กรณีงานที่รับไปทำที่บ้านมีลักษณะและคุณภาพอย่างเดียวกันและปริมาณเท่ากันกับการจ้างงานในสถานประกอบกิจการของผู้จ้างงาน ให้ผู้จ้างงานจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานตามที่คณะกรรมการกำหนด ส่วนงานที่รับไปทำที่บ้านไม่มีการทำในสถานประกอบกิจการของผู้จ้าง ให้ตกลงค่าตอบแทนกันได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างตามที่คณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้านกำหนด หากผู้จ้างงานไม่คืนหลักประกันหรือไม่จ่ายค่าตอบแทนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยและเงินเพิ่มในระหว่างผิดนัดให้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ร้อยละ 15 ต่อปี ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และกำหนดให้ผู้จ้างงานที่ฝ่าฝืนจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 – 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. รับรองสิทธิคู่สมรสลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามหลักสมรสเท่าเทียม จำนวน 2 ฉบับ ที่ผ่านร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เพื่อปรับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม สาระสำคัญคือ เปลี่ยนถ้อยคำจาก “สามีหรือภรรยา” เป็น “คู่สมรส” เพื่อให้ครอบคลุมคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายโดยไม่จำกัดเพศ ส่งผลให้คู่สมรสของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม ทั้งเงินทดแทน ค่ารักษาพยาบาล และค่าทำศพ คาดว่าในช่วงปี 2569–2573 จะมีคู่สมรสตามกฎหมายทุกเพศได้รับประโยชน์จากสิทธิค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นประมาณ 11,064 – 12,021 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง