ครม.อนุมัติหลักการเพิ่มเขตศุลกากรด่านนครพนมจาก 1 แห่งเป็น 3 แห่ง รองรับการตรวจปล่อยสินค้าและบริการแบบ One Stop Service เชื่อมการค้าชายแดนสปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดด่านศุลกากรและด่านพรมแดน เพื่อเพิ่มเขตศุลกากรของด่านศุลกากรนครพนมจากเดิม 1 แห่ง เป็น 3 แห่ง ให้สอดคล้องกับพื้นที่ปฏิบัติพิธีการศุลกากรในปัจจุบัน และรองรับการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service

เขตศุลกากรด่านนครพนมที่จะกำหนดเพิ่มเติม ประกอบด้วย บริเวณด่านศุลกากรนครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่เดิม บริเวณคลังตรวจสินค้าและเก็บของกลาง หรือคลังสินค้า R8 และบริเวณอาคารคลังสินค้าศุลกากรภายในศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม

การเพิ่มพื้นที่ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรองรับการใช้คลังสินค้า R8 เป็นสถานที่ตรวจปล่อยสินค้า รวมถึงการเตรียมเปิดใช้งานศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม โดยที่ผ่านมา พื้นที่ทั้งสองแห่งยังไม่ได้รับการกำหนดเป็นเขตศุลกากรตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎกระทรวง เพื่อให้สามารถดำเนินพิธีการศุลกากร ตรวจปล่อยสินค้า และให้บริการนำเข้า–ส่งออกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ด่านศุลกากรนครพนมถือเป็นด่านชายแดนสำคัญ อยู่ใกล้สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 และเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทาง R12 ที่สามารถเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ รวมถึงเชื่อมต่อกับเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศที่สำคัญ จึงมีศักยภาพในการเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า

การเพิ่มเขตศุลกากรจาก 1 แห่งเป็น 3 แห่ง จะช่วยให้พื้นที่ปฏิบัติงานมีสถานะทางกฎหมายรองรับ ลดข้อจำกัดในการตรวจปล่อยสินค้า และสนับสนุนการพัฒนาศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนมสู่การให้บริการแบบ One Stop Service ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และเพิ่มประสิทธิภาพการค้าชายแดนของไทย

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาอุปกรณ์ พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และบูรณาการหน่วยงานตรวจปล่อยสินค้าควบคุม เช่น พืช สัตว์ และอาหาร ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งประชาสัมพันธ์แนวทางและข้อกำหนดการให้บริการแก่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกอย่างชัดเจน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง