“ยศชนัน-ศุภจี-สุริยะ-สุชาติ-เจเศรษฐ์-ภัทรพงศ์” ระดมทุกหน่วยงานช่วยน้ำท่วมน่าน ฟื้นฟู-เยียวยาความเดือดร้อนประชาชนอย่างเร่งด่วน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และผู้บริหารท้องถิ่น ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูในเขตเทศบาลเมืองน่าน โดยเฉพาะบริเวณถนนสุมนเทวราช หน้าโรงแรมเทวราช ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำและดินโคลน โดยมีกรมชลประทาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เทศบาลเมืองน่าน และมณฑลทหารบกที่ 38 สนับสนุนเครื่องจักรกล รถบรรทุกน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ ร่วมกับประชาชนจิตอาสาเร่งเก็บกู้สิ่งกีดขวาง กวาดล้างดินโคลน และทำความสะอาดถนนและพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเยียวยาและฟื้นฟูประชาชนควบคู่กับการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจังหวัดน่านอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ชุมชน และการประกอบอาชีพให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้าและประปา จะเร่งจัดการให้เสร็จสิ้นภายใน 1-2 วัน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและครัวกลางจังหวัดน่านยังคงจัดส่งอาหารปรุงสดให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องครบทั้ง 3 มื้อ พร้อมเปิด Call Center ของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน หมายเลข 054-716-174 เพื่อรับแจ้งความต้องการความช่วยเหลือ ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม หรือกรณีประชาชนที่ยังไม่ได้รับการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้หน่วยงานสามารถเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในทุกมิติ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสถานการณ์รุนแรง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ หน่วยทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังในการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำและการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ร่วมกับ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอำเภอภูเพียงและอำเภอปัว นายสุริยะได้สั่งการให้ กรมชลประทาน ระดมรถฉีดน้ำทำความสะอาดจำนวน 6 คัน พร้อมเครื่องสูบน้ำ กระจายเข้าดำเนินการตามจุดต่าง ๆ เพื่อเร่งล้างดินโคลนออกจากบ้านเรือน ชุมชน และสถานที่ที่ได้รับผลกระทบ แจกจ่ายอาหารและถุงยังชีพแก่ประชาชน เร่งสำรวจสิ่งปลูกสร้างและสะพานที่ได้รับความเสียหาย และประสานกระทรวงคมนาคม เข้าซ่อมบำรุงเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางสัญจรได้โดยเร็ว โดยภายหลังระดับน้ำลดลง ทุกหน่วยงานจะเร่งเก็บกู้สิ่งกีดขวาง เปิดเส้นทาง และฟื้นฟูพื้นที่ทันที

ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพบปะประชาชนในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและความเสียหายของประชาชน ประเมินความเดือดร้อน และวางแผนจัดสรรทรัพยากรช่วยเหลือให้ตรงจุดและรวดเร็วที่สุดโดยได้บูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมการปกครอง การประปาส่วนภูมิภาค และอาสาสมัคร ระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งของ ทำความสะอาดดินโคลนและขยะตามบ้านเรือนประชาชน และฟื้นฟูสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน โดยเร่งแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast วิทยุชุมชน และหอกระจายเสียงในท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็วและสามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม และให้ทุกพื้นที่กำหนดโซนเฝ้าระวังและเตรียมแผนเคลื่อนย้ายประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย กลุ่มเปราะบาง เด็ก และผู้สูงอายุ รวมถึงเคลื่อนย้ายยานพาหนะและทรัพย์สินออกจากพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ส่วนในระยะฟื้นฟูได้กำชับให้จังหวัดจัดทำแผนโดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านพักอาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันยังต้องติดตามร่องมรสุมและข้อมูลพยากรณ์อากาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักซ้ำในบางพื้นที่ นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้สั่งการให้ ปภ. ส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพิ่มเติม จาก ศูนย์ ปภ. เขต ไปช่วยพื้นที่เสี่ยง ทั้งจังหวัดน่านที่ต้องเร่งฟื้นฟู และจังหวัดอื่นๆ ที่คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง

สำหรับการฟื้นฟูระบบคมนาคม นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามความเสียหายเส้นทาง สะพาน และตรวจเยี่ยมประชาชน พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ดินสไลด์ และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลศิลาแลง อำเภอปัว พร้อมกำชับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เร่งสำรวจความเสียหายของถนน สะพาน ระบบระบายน้ำ และโครงสร้างที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้าดำเนินการในพื้นที่ที่สามารถแก้ไขได้ทันที ส่วนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงและจำเป็นต้องใช้งบประมาณในลักษณะโครงการให้เร่งจัดทำแผนฟื้นฟูตามขั้นตอน ควบคู่กับการเก็บกู้สิ่งกีดขวาง ติดตั้งป้ายเตือน และจัดสิ่งอำนวยความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรุนแรงเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเตรียมความพร้อมท่าอากาศยานน่านนคร โดยสั่งการ กรมท่าอากาศยาน ติดตามระดับน้ำทั้งภายในและโดยรอบสนามบิน ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ขุดลอกคูคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง น้ำสำรองสำหรับอาคารผู้โดยสาร รถดับเพลิงกู้ภัย และจัดทำแผนเผชิญเหตุและแนวทางบริหารจัดการเที่ยวบินในกรณีที่สถานการณ์ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความต่อเนื่องของระบบการเดินทาง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการหน่วยงานในสังกัด เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่าน โดยเฉพาะพื้นที่ดอยภูคา ซึ่งหลายชุมชนยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากถนนและสะพานได้รับความเสียหาย จึงได้เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เพื่อเป็นจุดรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเป็นฐานในการประสานความช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังตกค้าง นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีและข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่สามารถมองเห็นสภาพพื้นที่และสถานการณ์ในพื้นที่จริงแบบใกล้เคียงเรียลไทม์ มาประกอบการประเมินสถานการณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนเส้นทาง การเข้าถึงพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้เร็วที่สุด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับหน่วยงานในสังกัด กระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่าน พร้อมประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมสิ่งของอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นสำหรับจัดส่งเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายผู้ประกอบการภาคเอกชนของกรมการค้าภายใน รวมถึงองค์การเภสัชกรรม ในการสนับสนุนสิ่งของจำเป็น อาทิ นมพร้อมดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย สบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาทำความสะอาด กระดาษทิชชู ยาและเวชภัณฑ์ โดยกรมการค้าภายในได้นำสิ่งของทั้งหมดมาคัดแยกและจัดเตรียมเป็นถุงยังชีพประมาณ 500–1,000 ชุด เพื่อส่งต่อไปยังประชาชนในจังหวัดน่าน

นางศุภจี เน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและหน่วยงานต่างๆ เป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะแรกของการประสบภัย โดยกระทรวงพาณิชย์จะเร่งประสานการขนส่งและกระจายสิ่งของให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมขอบคุณผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนความช่วยเหลือ ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของสังคมในการดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์ภัยพิบัติ

ด้านความมั่นคงและการดูแลความปลอดภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดย พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ระดมกำลังตำรวจตระเวนชายแดนสนับสนุนการอพยพ ดูแลความปลอดภัย และจัดชุดเผชิญเหตุสาธารณภัยร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และลดความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง