หน่วยงานภาครัฐบูรณาการกำลังคน เครื่องจักร สาธารณูปโภค คมนาคม สาธารณสุข ช่วยเหลือประชาชนให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วม รวบรวมและส่งต่อข้อมูล ตลอดจนวางแผนการอพยพและการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และผู้ป่วยโรคไตที่ต้องล้างไตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามเส้นทางการเคลื่อนตัวของมวลน้ำในเขตสุขภาพที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมในการขนย้ายผู้ป่วยไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงทีหากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังได้เตรียมความพร้อมของทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ ส่งทีม Mini Mert และทีม MCATT ดูแลสุขภาพจิตประชาชน หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค หน่วยเฝ้าระวังเคลื่อนที่เร็ว ทีมปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ออกปฏิบัติการ และสำรองเวชภัณฑ์ยาอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับผลกระทบด้านสุขภาพและป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลดในทุกพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งเตรียมศูนย์พักพิงรองรับประชาชน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ได้จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำปรึกษาแก่สถานประกอบการและลูกจ้างที่ประสบภัยด้านสิทธิประโยชน์ กรณีว่างงานเหตุสุดวิสัยสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ไม่ได้รับค่าจ้างเนื่องจากสถานประกอบการหยุดชะงักจากภัยพิบัติ สามารถได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน การเยียวยาฟื้นฟู โดยสำรวจความต้องการความช่วยเหลือ ทั้งในด้านการทำความสะอาดพื้นที่ การซ่อมแซมเครื่องจักร อุปกรณ์ทางการเกษตร และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย ส่วนมาตรการสนับสนุนนายจ้าง โดยมีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อใช้ในการปรับปรุงและฟื้นฟูสถานประกอบกิจการ และสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการอนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้กับทายาทของนายสุรสิทธิ์ อ๊อดลาว จำนวนเงินบำเหน็จชราภาพรวมทั้งสิ้น 52,971.26 บาท แบ่งจ่ายให้แก่ทายาททั้ง 2 คน (บิดาและมารดา) และนายสินธ์ชัย กางขัด ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดน่าน สาขาปัว ได้ประสานงานติดต่อทายาท (มารดา) ให้มารับเงินบำเหน็จชราภาพกรณีเสียชีวิต จำนวน 21,312.23 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดยหน่วยงานในสังกัดจังหวัดน่าน จะดำเนินการติดตามสถานการณ์และสำรวจความต้องการช่วยเหลือของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการจัดหางาน ฝึกอาชีพ และการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เพื่อเร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของแรงงานและภาคธุรกิจให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

กระทรวงกลาโหม โดย กองทัพบก ได้เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง การเปิดเส้นทางสัญจร และการเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 ได้ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ และรถบรรทุกน้ำเข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายจังหวัดอย่างเต็มกำลัง โดยนำรถบรรทุกน้ำและเครื่องจักรเข้าสนับสนุนการฉีดล้างโคลน ขจัดดินสไลด์ และทำความสะอาดถนน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ได้ช่วยเหลืออพยพประชาชนและทำความสะอาดโคลนตามบ้านเรือนในอำเภอศรีสัชนาลัย สวรรคโลก และศรีนคร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดกำลังชุดบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ช่วยลากจูงรถติดหล่ม ขจัดดินสไลด์ และเปิดเส้นทางบนทางหลวงหมายเลข 105 และ 108 จังหวัดอุตรดิตถ์ นำชุดแพทย์เดินเท้าจากโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหักเข้าตรวจเยี่ยมกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงในอำเภอลับแล จังหวัดตาก จัดกำลังหน่วยเฉพาะกิจราชมนูช่วยขนย้ายทรัพย์สินและรับมือมวลน้ำในแม่น้ำเมยที่เอ่อล้นในอำเภอแม่สอด จังหวัดน่าน ระดมกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 38 และหน่วยทหารในพื้นที่เร่งใช้เครื่องจักรและรถบรรทุกน้ำฉีดล้างโคลนทำความสะอาดถนนและบ้านเรือน และจังหวัดพะเยา นำกำลังพลจิตอาสาพร้อมรถบรรทุกน้ำเข้าฟื้นฟูบ้านเรือนในอำเภอปงจนกลับสู่ภาวะปกติ

ในส่วนของการช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายจังหวัด กรมการศาสนาจึงร่วมกับสำนักงานเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร องค์การทางศาสนา และเครือข่าย เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของจำเป็น เพื่อรวบรวมและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมแบ่งปันน้ำใจ ส่งสิ่งของและกำลังใจไปช่วยกันบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ สำหรับสิ่งของที่เปิดรับบริจาค ได้แก่ เครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ อาหารแห้งและอาหารสำเร็จรูป เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม และเครื่องปรุงอาหาร รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด ผ้าอนามัย กระดาษชำระและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ที่เหมาะสมสำหรับนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย การเปิดศูนย์รับบริจาคครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน และนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปสนับสนุนการดำรงชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เปิดรับบริจาคตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–16.30 น. ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2202 9633 หรือ 0 2209 3699 หรือ 08 9967 3924 หรือ 06 2602 4749

ข่าวที่เกี่ยวข้อง