ระดมเครื่องจักร กำลังคน ฟื้นฟู “ปัว” ล้างบ้านเรือน ย้ำสิ่งไหนทำได้ ทำทันที ไม่ทิ้งประชาชน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดมกำลังและเครื่องจักรเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ภารกิจสำคัญวันนี้คือ เร่งทำความสะอาดและคืนสภาพพื้นที่หลังน้ำลด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศิลาแลงและตำบลวรนคร อำเภอปัว ทั้งการขนย้ายสิ่งของที่มากับน้ำและการทำความสะอาดพื้นที่ โดยนำรถบรรทุกและเครื่องจักรเข้าขนย้ายขยะ สิ่งปฏิกูล เศษวัสดุ และซากสิ่งของที่ถูกน้ำพัดพามาทับถมออกจากชุมชน พร้อมนำรถฉีดน้ำเข้าทำความสะอาดถนน พื้นที่สาธารณะและบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อลดภาระของประชาชนและให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ระหว่างลงพื้นที่ มท.3 กำชับว่า “สิ่งไหนทำได้ ให้ทำทันที ไม่ต้องรอ” โดยเฉพาะการทำความสะอาด การขนย้ายสิ่งกีดขวางและการนำเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือประชาชน ให้ใช้กำลังคนและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากพื้นที่ใดขาดแคลนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ให้เร่งประสานหน่วยงานและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้ภารกิจฟื้นฟูเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุด 

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า วันนี้เครื่องจักรกลสาธารณภัยของ ปภ. ได้เข้ามาสนับสนุนการฟื้นฟูจังหวัดน่านเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้ได้ถึงพื้นที่และรับมอบภารกิจจากจังหวัด เข้าฟื้นฟูตามจุดที่ได้รับมอบหมาย ส่วน กรม ปภ. ส่วนกลาง ยังติดตามสถานการณ์และวางแผนพร้อมสนับสนุนทรัพยากรมาให้พื้นที่เพื่อให้ปฏิบัติงานอย่างคล่องตัว 

ด้านนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้กำชับสำนักงานโยธาธิการและผังเมือจังหวัด เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่ โดยตรวจสอบความพร้อมของคันป้องกันน้ำท่วมและสถานีสูบน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและตรวจสอบโครงการก่อสร้างของโยธาฯ ไม่ให้สิ่งก่อสร้าง หรือวัสดุจากโครงการกีดขวางทางน้ำและทางระบายน้ำ 

นายเจเศรษฐ์ ได้กล่าวย้ำเพิ่มเติมว่า “ก่อนน้ำมา–เมื่อน้ำมา–น้ำลด” ปภ. โยธา เตรียมพร้อมทุกจังหวัด

“ก่อนน้ำมา” ให้ ปภ. วิเคราะห์ติดตาม แจ้งเตือน ให้รวดเร็วและเตรียมเครื่องจักรกลให้พร้อมประจำพื้นที่ล่วงหน้า ส่วนโยธาให้ตรวจสอบความพร้อมของคันป้องกันน้ำท่วมและสถานีสูบน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และตรวจสอบโครงการก่อสร้างของโยธาฯ ไม่ให้สิ่งก่อสร้างหรือวัสดุจากโครงการกีดขวางทางน้ำและทางระบายน้ำ 

“เมื่อน้ำมา” ให้ทุกจังหวัดเตรียมกำลังคนและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือทันที โดยเฉพาะการระดมเครื่องจักรกล และใช้บัญชีเครื่องจักรที่จัดเตรียมไว้เป็นฐานในการบริหารจัดการ หากจังหวัดใดมีเครื่องจักรไม่เพียงพอ สามารถประสานกรม ปภ. และกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อสนับสนุนได้ทันที

“เมื่อน้ำลด” ให้บูรณาการเครื่องจักรเข้าพื้นที่ทันที เพื่อทำความสะอาด ขนย้ายขยะ ดินโคลน สิ่งปฏิกูล และสิ่งกีดขวาง พร้อมสนับสนุนการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและอาคาร เพื่อให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนเดินหน้าได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ มท.3 ยังกล่าวย้ำว่า “น้ำลด ไม่ได้แปลว่างานจบ วันนี้เราลุยกันต่อ งานฟื้นฟูต้องเริ่มทันที อะไรที่ทำได้ให้ทำเลย ไม่ต้องรอ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับบ้าน กลับมาใช้ชีวิต และกลับมาประกอบอาชีพได้เร็วที่สุด” พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำงานร่วมกับ อปท. อย่างใกล้ชิด สำรวจจุดที่ได้รับผลกระทบ และเร่งจัดสรรเครื่องจักร รถบรรทุก และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เพียงพอต่อการฟื้นฟูเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง