จากสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ที่จังหวัดน่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว และที่สำคัญเรื่องการเยียวยาจะต้องรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน จะต้องไม่ให้ประชาชนที่ประสบภัยรอการเยียวยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย อำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการยื่นเอกสารขอรับความช่วยเหลือ ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว และสามารถกลับมาดำรงชีวิตและฟื้นฟูพื้นที่ได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินกรณีอุทกภัย เพิ่มเติม จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม บ้านเรือน สำหรับขั้นตอนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำ ให้ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำนวยความสะดวก และลดขั้นตอนการปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เพิ่มภาระแก่ประชาชน โดยผู้ประสบภัยไม่ต้องถ่ายเอกสารบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือแนบภาพถ่ายน้ำท่วม แต่ให้ไปแจ้งข้อมูลผู้นำชุมชน และกำนัน ซึ่งจะเป็นผู้รวบรวมส่งให้อำเภอดำเนินการต่อไป
นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังได้อนุมัติการปฏิบัตินอกเหนือหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 กรณีอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเสนอ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนทันต่อสถานการณ์ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว ได้แก่
1. ค่าใช้จ่ายในการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยคำนึงถึงสภาพและเหตุการณ์ตามความเหมาะสม
2. ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว เช่น ค่าปรับปรุงสถานที่ ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีพ ค่าจ้างเหมาหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการดูแลทำความสะอาดพื้นที่และกำจัดสิ่งปฏิกูล ค่าเช่าสุขาเคลื่อนที่หรือสุขาชั่วคราว รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นเร่งด่วนในการดูแลความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยพิบัติภายในศูนย์พักพิงชั่วคราว
3. ค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการทำความสะอาดบ้านเรือน พื้นที่สาธารณะให้กลับสู่สภาวะปกติ รวมถึงค่าตอบแทน ค่าเดินทาง ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายหรือได้รับคำสั่งให้ออกปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย และไม่สามารถเบิกจ่ายตามระเบียบทางราชการ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานประสานงานกับอำเภอปัว เพื่อกระจายกำลังพลลงพื้นที่และขยายผลการช่วยเหลือไปยังจุดอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่อำเภอปัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเดินทางเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนได้อย่างทันท่วงที ส่วนการฟื้นฟูพื้น กรมชลประทานได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำพร้อมกำลังพล เข้าไปสนับสนุนภารกิจทำความสะอาดและฉีดล้างดินโคลนตามบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ตำบลเจดีย์ชัยและบ้านร้องแง อำเภอปัว และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานในพื้นที่เร่งดูแลเยียวยาจิตใจควบคู่ไปกับการซ่อมแซมบ้านเรือน โดยนายอำเภอจะประสานงานกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เพื่อจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปประเมินและดูแลสภาพจิตใจของประชาชนอย่างใกล้ชิด
อีกทั้งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทางเชื่อมต่อบ้านมอญ อำเภอปัว ซึ่งมีการก่อสร้างสะพานแบริ่ง (สะพานเหล็กชั่วคราว) ล่าสุดดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาได้แล้ว ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวที่ถูกตัดขาดจากเส้นทางสัญจรหลักมานานถึง 4 วัน และติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานชั่วคราวอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งจุดนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่อีกฝั่งถูกตัดขาดมา 3-4 วัน และต้องใช้วิธีเดินไต่ท่อนซุงและเกาะเชือกสลิงข้ามฝั่งด้วยความยากลำบากเพื่อมารับสิ่งของบรรเทาทุกข์ การติดตั้งสะพาน มีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงเย็นวันที่ 23 สิงหาคม 2569
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตำบลศิลาแลง และวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์น้ำลด โดยบูรณาการร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ทำความสะอาดและคืนสภาพพื้นที่หลังน้ำลด ขนย้ายขยะ สิ่งปฏิกูล เศษวัสดุ และซากสิ่งของต่างๆ ที่ถูกน้ำพัดพามาทับถมออกจากชุมชน นำรถฉีดน้ำเข้าทำความสะอาดถนน พื้นที่สาธารณะ และบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว กำชับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า “สิ่งไหนทำได้ ให้ทำทันที ไม่ต้องรอ” หากพื้นที่ใดขาดแคลนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ให้เร่งประสานหน่วยงานและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้ภารกิจฟื้นฟูเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุด
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ลงพื้นที่บ้านร้อง อำเภอปัว เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ มอบถุงยังชีพและน้ำดื่มให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยกระทรวงแรงงานจะเปิดศูนย์ซ่อม สร้างสุข ณ โดมวัดบ้านร้อง ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เพื่อบริการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การเกษตร และการฝึกอาชีพเสริม เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำชับให้กรมประชาสัมพันธ์รายงานสถานการณ์น้ำและจุดที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องทุกช่วงข่าว และให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดในพื้นที่ประสบภัยรวบรวมความต้องการจากศูนย์พักพิงและโรงครัวกลางเป็นรายวัน แล้วแจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จะช่วยเหลือทราบว่าขณะนี้ในพื้นที่ต้องการอะไร เพื่อไม่ให้ของบางอย่างล้น ขณะที่ของจำเป็นบางอย่างยังขาด และส่งมอบให้มูลนิธิในพื้นที่ซึ่งตั้งโรงครัวกลางประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย และให้ขยายรูปแบบการทำงานของ JIC น่าน ไปยังจังหวัดที่ยังเผชิญสถานการณ์ สำหรับผู้ที่ประสงค์สนับสนุนสิ่งของ สามารถส่งไปยังศูนย์รับบริจาคสิ่งของและเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดน่าน ณ บริเวณโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดน่าน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 054-716-414 และ 054-716-409 และประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง NBT2HD สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz เฟซบุ๊ก กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน โดยศูนย์ JIC น่าน จะอัปเดตสถานการณ์ประจำวันและแจ้งเตือนภัยฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัวและทยอยลดลง และเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่คาดว่าจะกลับมาตกเพิ่มบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านในวันที่ 23 สิงหาคม 2569 โดยเน้นติดตามข้อมูลฝน มวลน้ำ และสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจากการประเมินของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านที่ต้องติดตาม ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง กำชับหน่วยงานด้านคมนาคมดูแลเส้นทางและการสัญจร หน่วยงานด้านไฟฟ้าดำเนินการฟื้นฟูระบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รวมถึงให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมพร้อมทั้งด้านการสื่อสาร กำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากมีความจำเป็น








