นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง เปิดเผยว่า ช่วงเดือนกันยายน- ตุลาคม 2569 ภาคเหนือมีแนวโน้มปริมาณฝนสะสมสูง ซึ่งอาจส่งผลให้มีมวลน้ำไหลลงมาสมทบพื้นที่ภาคกลางจำนวนมากและเพิ่มความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) GISTDA และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตาม ประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยบูรณาการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ปริมาณน้ำท่าและน้ำฝนแบบ Real time ประเมินปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสายหลัก เพื่อคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนและมวลน้ำล่วงหน้าที่จะไหลลงสู่ภาคกลาง จะได้แจ้งเตือนจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางเตรียมพร้อมได้อย่างทันท่วงที
สำหรับจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศร่วมกับพื้นที่ต้นน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและจุดสำคัญทางเศรษฐกิจ ตรวจสอบระบบแจ้งเตือนภัย ทั้งหอกระจายข่าว วิทยุชุมชน และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงระดมกำลังฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เตรียมพร้อมเผชิญเหตุ จัดวางเครื่องจักรกลสาธารณภัยในจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากล่วงหน้า ตรวจสอบพนังกั้นน้ำ วางแผนเส้นทางอพยพ ยานพาหนะ และจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว โรงครัว และสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อม สำรองถุงยังชีพ ยา และน้ำดื่มให้เพียงพอ เมื่อเกิดภัยให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อควบคุมสั่งการทันที เร่งช่วยเหลืออพยพกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างรวดเร็ว








