กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการธรณีไทย 2569 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมขับเคลื่อนไทย ธรณีวิทยาก้าวไกลอย่างยั่งยืน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านธรณีวิทยา พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและลดความเสี่ยงจากธรณีพิบัติภัย
การประชุมมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยากับการใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจและกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน
ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และวิทยากรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมบรรยาย อภิปรายเชิงวิชาการ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และขีดความสามารถของบุคลากร รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานทางวิชาการหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านทรัพยากรแร่ ทั้งแนวทางการบริหารจัดการ การเพิ่มมูลค่าแร่ และการศึกษาการสะสมตัวของแร่หายาก รวมถึงประเด็นด้านธรณีพิบัติภัย อาทิ รอยเลื่อนมีพลังลำดับที่ 16 ของประเทศไทย และการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคต
นางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทยมีการจัดเก็บและพัฒนาองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งด้านการเฝ้าระวังและรับมือธรณีพิบัติภัย การบริหารจัดการทรัพยากรแร่ การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาประยุกต์ใช้สนับสนุนการบริหารจัดการของภาครัฐ
การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนพัฒนาการใช้ข้อมูลด้านธรณีวิทยาให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะการนำข้อมูลและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ประกอบการตัดสินใจของภาครัฐ
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับงานด้านธรณีวิทยาและการจัดการภัยพิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินสถานการณ์ และการคาดการณ์ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนป้องกันและรับมือกับธรณีพิบัติภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การประชุมวิชาการธรณีไทย 2569 จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งใช้ข้อมูล เทคโนโลยี AI และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากธรณีพิบัติภัย และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรให้ประเทศไทยในระยะยาว








