นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือให้การต้อนรับ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากสนามบินอู่ตะเภาไปยังเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งลอยลำอยู่กลางทะเลอ่าวไทย เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการบนเรือ รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวความคิดการใช้กำลัง ณ ห้องศูนย์ยุทธการ พร้อมรับการเคารพด้วยการยิงสลุต 19 นัดจากเรือหลวงเจ้าพระยา
นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังหอบังคับการบิน เพื่อชมการสาธิตการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือและอากาศยาน รวมถึงการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นฐานควบคุมยานไร้คนขับสำหรับภารกิจตรวจการณ์ ชี้เป้า และโจมตี หรือ “UXV Carrier” ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) ซึ่งสะท้อนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจทางทหารและการรักษาความมั่นคงทางทะเล
ตามกำหนดการเดิม ภายหลังตรวจเยี่ยมเรือหลวงจักรีนฤเบศรและรับชมการฝึกซ้อมทางทะเลแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังเรือหลวงอ่างทอง เพื่อขึ้นเรือลำเลียงพลมายังสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว แต่เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องและคลื่นลมแรง จึงไม่สามารถขึ้นเรือลำเลียงพลได้ และเปลี่ยนเป็นเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากเรือหลวงจักรีนฤเบศรมายังหาดยาวแทน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำหรับการบรรเทาสาธารณภัยขนาดใหญ่ (Incident Command Center: ICC) และชมการสาธิตความพร้อมของยุทโธปกรณ์และการบูรณาการระหว่างหน่วย ซึ่งสะท้อนขีดความสามารถของกองทัพเรือทั้งด้านการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
ช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้สาธิตการทำอาหารบนรถครัวสนาม โดยทำเมนูผัดกะเพราหมูสับเลี้ยงกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก
ภายหลังการตรวจเยี่ยม นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า การเดินทางมาดูความพร้อมของกองทัพเรือเป็นไปตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารเรือ และจะพยายามตรวจเยี่ยมทุกเหล่าทัพ เพื่อให้การทำงานและการสนับสนุนเป็นไปด้วยความเข้าใจ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการป้องกันอธิปไตยของชาติ
ยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือมีความพร้อม แต่บางส่วนจำเป็นต้องจัดหาเพิ่มเติม เนื่องจากยุทโธปกรณ์บางชนิดใกล้ปลดระวาง ท่ามกลางสถานการณ์ด้านความมั่นคงและอธิปไตยที่มีความอ่อนไหว จึงจำเป็นต้องหารือร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพถึงแนวทางเสริมสร้างความมั่นคงและความพร้อมของกองทัพ
สำหรับศักยภาพของกองทัพเรือ นายกรัฐมนตรีระบุว่า กองทัพเรือมีขีดความสามารถทั้งด้านการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย การช่วยเหลือประชาชน และการบรรเทาสาธารณภัย จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้ทุกเหล่าทัพมีความพร้อมและเข้มแข็ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการจัดหาเรือทดแทนว่า จะต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีศักยภาพและแสนยานุภาพที่พร้อมปฏิบัติภารกิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและป้องปรามภัยคุกคาม
สำหรับการฝึกครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแนวความคิดในการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรในลักษณะ “UXV Carrier” เพื่อเป็นฐานบัญชาการ ควบคุม และสนับสนุนการปฏิบัติการของระบบไร้คนขับในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ค้นหา และชี้เป้า ช่วยเพิ่มระยะและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล และเสริมประสิทธิภาพให้แก่กำลังรบหลักของกองทัพเรือ
ขณะเดียวกัน ระบบไร้คนขับบางส่วนที่นำมาใช้ในการฝึกเป็นผลงานวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยกองทัพเรือ ซึ่งนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงมาพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการทางยุทธการ โดยการทดลองใช้ในสภาพการฝึกจริงจะนำไปสู่การปรับปรุงและต่อยอดระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
นอกจากนี้ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงและหนึ่งในกำลังรบหลักของกองทัพเรือ ได้เข้าร่วมการฝึกอย่างเต็มภารกิจ เพื่อแสดงขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ การพิสูจน์ทราบและโจมตีเป้าหมาย การบัญชาการควบคุม รวมถึงการปฏิบัติการร่วมกับเรือ อากาศยาน และหน่วยกำลังอื่น
การฝึกครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในฐานะแกนหลักของกองเรือ ทั้งด้านการป้องกันภัยทางอากาศ การต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ การเชื่อมโยงข้อมูล และการควบคุมการปฏิบัติการทางทะเล ขณะที่ปัจจุบันกองทัพเรือมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในระดับดังกล่าวจำนวนจำกัด ท่ามกลางการพัฒนากำลังทางเรือและเทคโนโลยีทางทหารของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค








