“ไชยชนก” เปิดตัว “TH-AI Passport” ตั้งเป้ายกระดับทักษะ AI คนไทย 5 ล้านคน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าแล้ว 1.3 ล้านคน เปิดใช้ 31 ส.ค. 69

โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ซึ่งโครงการดังกล่าวได้มีการดำเนินการตามแนวทางนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการสร้างศักยภาพด้านการใช้งานดิจิทัลของประชาชนจากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.91 ล้านล้านบาท (เม.ย. 69) ให้เป็นรายได้หลักของประเทศ เพื่อรองรับกับเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะด้านการเตรียมความพร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI ลดความเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัล สร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ให้ประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เปิดตัวโครงการ TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมของคนไทย จึงเป็นภารกิจสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570 เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 สัดส่วนประชากรวัยทำงานของไทยที่ใช้ Generative AI เพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จาก 9.1% หรือเติบโต 36.4% สะท้อนว่าคนไทยให้ความสนใจและเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้งานของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 17.8% และยังห่างจากประเทศที่มีการนำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย เช่น สิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 63.4% โดยเชื่อว่าการแข่งขันของประเทศในยุคต่อไป จะไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่อยู่ที่ว่าประเทศไหนพัฒนาคนของตัวเองให้ใช้เทคโนโลยีเป็นได้มากที่สุด AI จะมีค่าเมื่ออยู่ในมือของคนที่รู้จักใช้ การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่การลงทุนในเครื่องมือ แต่คือการลงทุนในศักยภาพของคน TH-AI Passport จึงไม่ใช่เพียงการเปิดให้คนไทยได้ใช้ AI แต่คือการวางรากฐานเพื่อพาประเทศก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่คนไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้สร้างสรรค์และสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้ด้วยตัวเอง

อีกทั้งรัฐบาลยังได้กำหนดให้โครงการ TH-AI Passport มีเป้าหมาย 2 ข้อสำคัญ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเทคโนโลยี พร้อมกับการยกระดับทักษะของคนไทย คือ

1. ต้องไม่ใช่แค่สิทธิพิเศษของคนที่สามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว แต่มุ่งเน้นให้ประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการใช้งาน AI ในราคาที่สูงเกินไป

2. โครงการนี้ต้องไม่ใช่แค่การแจกของ แต่คือการลงทุนในการพัฒนาศักยภาพของคนไทย จึงได้ออกแบบโดยมุ่งเป้าหมายสร้างให้เกิด 3 กระบวนการที่สำคัญจากการใช้งาน คือ 1. ACCESS 2. LEARN และ 3. APPLY เพราะจะเข้าถึง AI อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมาพร้อมกับการเรียนรู้อย่างเข้าใจ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

นอกจากการขยายโอกาสให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึง AI ในระดับโปร ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ในระบบจะมาพร้อมคอร์สสอนการใช้งาน AI มากกว่า 96 คอร์สที่พัฒนาตามกรอบมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น UNESCO, อาเซียน และ ETDA ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเรียนจบแล้ว จะมีการออกใบประกาศนียบัตรรับรอง เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดกับการเรียนและการทำงานได้จริง

โครงการ TH-AI Passport ได้ตั้งเป้าหมายเปิดโอกาสให้คนไทย 5 ล้านคน ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th โดยใช้บัญชี Google, Microsoft หรือ Apple และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือ ThaiD ซึ่งครอบคลุมทั้งนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกจากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล ภายในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมระบบเรียนรู้และพัฒนา โดยมุ่งยกระดับความรู้ความเข้าใจด้าน AI หรือ AI Literacy ควบคู่กับการส่งเสริมการนำ AI ไปใช้งานจริง หรือ AI Adoption เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ AI ได้เหมาะกับความต้องการ พัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เพิ่มผลิตภาพ นำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษา การทำงาน การประกอบอาชีพ การดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย รับผิดชอบ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1.3 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ สะท้อนความตื่นตัวและความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของคนไทยอย่างชัดเจน ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงว่าคนไทยพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค AI โดยกลุ่มผู้ลงทะเบียนครอบคลุมทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปจากทุกภูมิภาคของประเทศ ก่อนที่แพลตฟอร์ม AiPASS จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับ แพลตฟอร์ม AiPASS ได้รวบรวมโมเดล AI มากกว่า 30 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้โมเดลที่เหมาะกับแต่ละงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องสมัครใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายรายแยกกัน โมเดลภายในแพลตฟอร์มครอบคลุมการใช้งานด้านการสนทนา การเขียนโปรแกรม และการค้นคว้าเชิงลึก อาทิ GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro, Nano Banana Pro, Lyria 3 Pro, Sonar Reasoning Pro, Seedream 4.0 และ Seedance 2.0 นอกจากนี้ AiPASS ยังเชื่อมโยงการเข้าถึงเครื่องมือเข้ากับการพัฒนาทักษะผ่านแนวคิด Learn – Earn – Plern ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือด้านองค์ความรู้และหลักสูตรจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google for Education, Microsoft Elevate และ NVIDIA Deep Learning Institute โดยผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ผ่านหลักสูตรด้าน AI ภายในระบบ นำความรู้ไปทดลองใช้กับโมเดลจริง สะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงโมเดลระดับ Pro และพัฒนาไปสู่ระดับผู้สร้างสรรค์ หรือ Innovator พร้อมรับประกาศนียบัตรเมื่อสำเร็จการเรียนรู้ตามเงื่อนไข แนวทางดังกล่าวทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสิทธิ์ใช้งาน แต่มีเส้นทางการพัฒนาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงการใช้ AI สร้างผลงานและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมุ่งสร้างทั้งความรู้ ความคุ้นเคย และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ด้านสิทธิผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อมีการเปิดใช้งาน TH-AI Passport ผู้สมัครเข้าใช้งาน 3 เดือนแรก จะได้รับสิทธิ Innovator (ผู้สร้างสรรค์) ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ได้ใช้ Model ระดับ Pro หลังจากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน และมีการสะสมคะแนน 100 คะแนนเป็นอย่างน้อยในแต่ละเดือน เพื่อรับสิทธิต่อในระดับ Innovator สำหรับใช้งานในเดือนต่อไป ส่วนผู้ลงทะเบียนหลัง 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับสิทธิเป็น Beginner (ผู้เริ่มต้น) จากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับเป็น Innovator (ผู้สร้างสรรค์)

สำหรับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ กระทรวงดีอีขอยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการ TH-AI Passport ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเรียนออนไลน์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานการประมวลผลการลงทะเบียน การเรียนออนไลน์ การจัดทำ Dashboard โดยทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด โดยได้ออกแบบระบบให้มีการตรวจ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนนำข้อมูลคำสั่ง (Prompt) รวมทั้งไฟล์ภาพ และเสียง ไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลที่ประมวลผลไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น หรือนำไป
เทรน AI Model ของตนเองได้ และเมื่อส่งผลลัพธ์กลับมาแล้ว ผู้ให้บริการ AI จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายหลังการประมวลผลเสร็จสิ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง