นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบ
นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่อาจมีบางจุดที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ จึงต้องใช้รถแบคโฮเข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีดน้ำหล่อเลี้ยงป้องกันการปะทุซ้ำของเปลวไฟ นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาควันและมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้ ซึ่งอาจมาจากสารเคมีของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือสินค้าบางประเภทภายในศูนย์การค้า จึงฝากเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้ามาในพื้นที่ หรือหากจำเป็นต้องเข้ามาขอให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังป้องกันการลักลอบโขมยสิ่งของภายในอาคาร
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียงจนสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน พร้อมกันนี้ยังแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับบาดเจ็บ และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ ทั้งจากงบประมาณของกรุงเทพมหานคร และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งจะมีการพิจารณาความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สำหรับผู้ประกอบการที่มีการทำประกันภัย ทางรัฐบาลจะเร่งประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อเร่งรัดให้บริษัทประกันภัยเข้ามาประเมินความเสียหายและจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของร้านค้าหรือแผงลอยที่ไม่มีประกันภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวเสริมว่า กรุงเทพมหานครมีระเบียบรองรับในการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหาย โดยขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบไปลงทะเบียนเพื่อแจ้งความเสียหายและพิสูจน์สิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่แท้จริงได้ที่ศูนย์ประสานงานแบบ One Stop Service ซึ่งจัดตั้งขึ้นบริเวณวัดพระพิเรนทร์ ศูนย์แห่งนี้จะมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครคอยอำนวยความสะดวกและรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส








