โควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กรมควบคุมโรค ย้ำ “ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีน ลดป่วยรุนแรง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนดูแลตนเอง และคนรอบข้างอย่างเหมาะสม เนื่องจากยังคงพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีอาการป่วย หรือได้รับการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ ควรพักรักษาตัว และลดการใกล้ชิดผู้อื่นในช่วงที่มีอาการ เพื่อช่วยลดการแพร่เชื้อในครอบครัว สถานที่ทำงาน สถานศึกษา และสถานที่ที่มีคนรวมกันจำนวนมาก ส่งเสริมให้สถานประกอบการต่างๆ มีระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรคที่เหมาะสม เพื่อค้นหาผู้มีอาการได้รวดเร็ว ลดโอกาสการแพร่เชื้อในวงกว้าง และป้องกันการเกิดผู้ป่วยจำนวนมากในพื้นที่ แม้โรคโควิด-19 ในปัจจุบันจะสามารถรักษาได้ แต่ยังมีโอกาสเกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และหญิงตั้งครรภ์ จึงควรสังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการป่วยควรแยกตัวจากผู้อื่น ตรวจคัดกรองเบื้องต้นทันทีและเข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลโรคโควิด-19  จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสม จำนวน 95,357 ราย อัตราป่วย 144.76 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 14 ราย อัตราตาย 0.02 ต่อประชากรแสนคน อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.01 โดยแนวโน้มการรายงานผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

ข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศไทย (ฐานข้อมูล GISAID) จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภาพรวมการเฝ้าระวังสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 23 กรกฎาคม 2569 จำนวน 978 ราย สายพันธุ์หลักที่พบมากที่สุดในประเทศไทยคือ NB.1.8.1 จำนวน 490 ราย (50.10%) รองลงมาคือ JN.1 จำนวน 246 ราย (25.15%) XEC จำนวน 82 ราย (8.38%) XFG จำนวน 76 ราย (7.77%) และกลุ่ม BA.3.2 จำนวน 8 ราย (0.82%) แนวโน้มสายพันธุ์ล่าสุด ระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน – 20 กรกฎาคม 2569 จำนวน 48 ราย ยังคงพบ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก จำนวน 27 ราย (56.25%) ตามด้วย JN.1 จำนวน 15 ราย (31.25%) XFG และกลุ่ม BA.3.2 พบสายพันธุ์ละ 2 ราย (4.17%) และสายพันธุ์อื่นๆ 1 ราย (2.08%)

อาการ : ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก (ในรายที่อาการรุนแรง) และบางรายอาจยังไม่มีอาการ แต่ยังแพร่เชื้อได้

การป้องกัน: สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์

เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท และฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามคำแนะนำของแพทย์

การปฏิบัติตนเมื่อมีอาการป่วย: ตรวจ ATK ด้วยตนเอง หากมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อหรือมีอาการเข้าข่ายหากมีอาการป่วยรุนแรง เช่น มีไข้สูง หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

อีกทั้งในช่วงนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง เป็นฤดูกาลระบาดของโรคทางเดินหายใจ จึงมีโอกาสพบจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้น และอาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนตามโรงเรียน ที่ทำงาน หรือชุมชนได้ จึงขอแนะนำประชาชนดูแลสุขภาพและสังเกตอาการของตนเอง โดยเฉพาะหากมีอาการป่วยทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย ควรพักผ่อนและลดการใกล้ชิดกับผู้อื่น เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อให้คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนรอบข้าง การดูแลตนเองเมื่อมีอาการป่วยเป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนสามารถทำได้ หากมีอาการป่วยและตรวจพบเชื้อ ควรรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยการพักรักษาตัวอยู่บ้าน ลดการใกล้ชิด และแยกตัวจากผู้อื่นให้ได้มากที่สุด ไม่ควรฝืนไปเรียน ไปทำงาน หรือร่วมกิจกรรมกับคนจำนวนมากขณะป่วย เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ หากจำเป็นต้องออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่เริ่มมีอาการป่วย ขอให้ยึดหลัก“ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” โดยพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น ล้างมือบ่อยๆ และดูแลสถานที่ให้มีอากาศถ่ายเท หากต้องเดินทางไปพบแพทย์ ควรสวมหน้ากากตลอดการเดินทาง สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลตนเองเบื้องต้นและสังเกตอาการได้ แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บหรือแน่นหน้าอก ซึมลง รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ส่วนผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีอาการป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสม

กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตามความเหมาะสม และเตือนประชาชนระวังการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม (Fake News) เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าข้อมูลสายพันธุ์และการระบาดในปัจจุบันยังอยู่ในการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและเป็นไปตามคาดการณ์ของโรคติดต่อตามฤดูกาล เน้นย้ำระบบสาธารณสุขไทยมีความพร้อม ทั้งยาและเวชภัณฑ์อย่างเพียงพอ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และกลั่นกรองข้อมูลก่อนส่งต่อ โดยสามารถรับฟังข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากช่องทางหลักของกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง