นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ครั้งที่ 3 ในการประชุม ครม.สัญจร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่อสรุปผลการระดมความคิดเห็นในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมุ่งแก้ไขปัญหาอุปสรรค พัฒนาคุณภาพชีวิต และยกระดับศักยภาพของพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น
สำหรับสาระสำคัญของการประชุม ได้พิจารณาข้อเสนอครอบคลุมการพัฒนา 4 ด้านหลัก โดย ด้านเศรษฐกิจ มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับรายได้ประชาชน ผ่านมาตรการระยะสั้น (Quick Win) เช่น อัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ, ลดค่าธรรมเนียม, ใช้อัตราภาษี Zero VAT, ตั้งศูนย์ One Stop Service ลดขั้นตอนภาครัฐ, ยกเว้นค่าธรรมเนียม ตม. กรอกแบบฟอร์มเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว, ลดต้นทุนเกษตร-ประมง, ตั้งจุดรับซื้อและตลาดกลาง และยกระดับโรงงานแปรรูป ส่วนระยะยาว เน้นพัฒนาคมนาคมไร้รอยต่อทั้งทางบก น้ำ และอากาศ เช่น การขุดลอกร่องน้ำ การทำ Roadmap ด้านการบิน พัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ ควบคู่การปรับผังเมืองให้ยืดหยุ่น ส่งเสริมอุตสาหกรรมสะอาด และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูป
ด้านสังคม เน้นลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความปลอดภัยในชุมชน โดยมีมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ ก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 สู่ศูนย์ความเป็นเลิศ Med Hub, ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดครบวงจร, จัดทำ MOU ลดขั้นตอนแรงงานไทยในมาเลเซีย, ทบทวนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว, ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผู้ยากไร้, ดึงเด็กหลุดระบบการศึกษากลับเข้าเรียน และเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ส่วนระยะยาวจะขยายการดูแลสุขภาพจิตเชิงรุก ตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน และส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
ด้านความมั่นคง มุ่งป้องกันเหตุรุนแรงและจัดระเบียบชายแดนเพื่อหนุนการค้าและการท่องเที่ยว ครอบคลุมการสร้างรั้วความมั่นคงและรั้วอิเล็กทรอนิกส์ตลอดแนวชายแดน, ยกระดับด่านเกาะหม้อแกงเป็น “ด่านตรวจอัจฉริยะ” (Smart Checkpoint) ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบโดยสนับสนุนยุทโธปกรณ์แก่ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.), เสริมเครือข่ายข่าวประชาชน, บูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานความมั่นคง และเน้นมิติการศึกษาเพื่อป้องกันการดึงเยาวชนเข้าสู่กระบวนการความไม่สงบ
และด้านภัยพิบัติ มุ่งบริหารจัดการเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีและแผนที่ความเสี่ยง โดยเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลางเพื่อฟื้นฟูและป้องกันภัยในพื้นที่ ประกอบด้วย โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดสงขลา, แผนฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ และการก่อสร้างอาคารศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยในจังหวัดปัตตานี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปทั้งหมดจากเวิร์ก Workshop ครั้งที่ 3 จะถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ในวันพรุ่งนี้ ( 1 กันยายน 2569 )เพื่ออนุมัติและเดินหน้ายกระดับการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป








