นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) ในไทยยังพบผู้ป่วยต่อเนื่องและมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–23 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 254 ราย แบ่งเป็นสายพันธุ์ Clade Ib จำนวน 193 ราย และ Clade II จำนวน 58 ราย อีก 3 รายอยู่ระหว่างรอผลยืนยันสายพันธุ์
ทั้งนี้ ผู้ป่วยกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล เมืองใหญ่ และจังหวัดท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักในการติดเชื้อจากการสัมผัสที่เกี่ยวเนื่องกับเพศสัมพันธ์ ซึ่งสัมพันธ์กับการเที่ยวในสถานที่ปิดและแออัด แม้สถานการณ์ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ แต่จากข้อมูลพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ Clade Ib เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนสูงกว่า Clade II แตกต่างจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งพบ Clade II เป็นหลัก ประกอบกับ Clade Ib มีรอยโรคและแสดงอาการรุนแรงกว่า Clade II โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคฝีดาษวานร กรมควบคุมโรคได้เสริมความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวังและการรายงานโรค พร้อมประสานความร่วมมือกับสถานบริการสุขภาพในการคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ติดตามผู้สัมผัส และเชื่อมโยงการดำเนินงานกับคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกเอชไอวี และบริการที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล รวมถึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้มีอาการผิดปกติทางผิวหนัง รักษาสุขอนามัย ลดพฤติกรรมเสี่ยง และสังเกตอาการ โดยเฉพาะหลังจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วง 5–21 วัน หากมีอาการ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีผื่นตุ่มตามร่างกาย ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม








