กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้ายกระดับมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าครั้งสำคัญ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ เรื่อง กำหนดให้เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 40 แห่ง เพิ่มเติมนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก (Pycnonotus jocosus) ในบัญชีชนิดสัตว์ป่าที่ห้ามล่า พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวจะทำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกแห่งรวมถึงเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นพื้นที่ห้ามล่านกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุกอย่างเด็ดขาด
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมานกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ถูกถอดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าจำนวน 40 แห่งที่ยังไม่ได้กำหนดชนิดนกปรอดหัวโขนเข้าไปในบัญชีห้ามล่า ดังนั้นการที่นกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุกถูกปลดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 อาจส่งผลกระทบต่อนกปรอดหัวโขน ดังนั้นเพื่อให้นกปรอดหัวโขนได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รวมถึงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทั้ง 40 แห่ง จึงจำเป็นต้องออกประกาศเพิ่มเติมมาตรการป้องกันมิให้มีการล่า เพื่อให้การดูแลประชากรนกปรอดหัวโขนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า จึงลงนามในประกาศฉบับดังกล่าว เพื่อกำหนดให้เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 40 แห่ง เพิ่มเติมนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก (Pycnonotus jocosus) ในบัญชีชนิดสัตว์ป่าที่ห้ามล่า พ.ศ. 2569 เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุกแห่งทั่วประเทศแล้ว
ประกาศกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่าปัจจุบันทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติเป็นพื้นที่คุ้มครองนกปรอดหัวโขน ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป








