นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานประชุมสุดยอดผู้นำ The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand, Resilient ASEAN จัดขึ้นโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) เพื่อประกาศความพร้อมและนำเสนอศักยภาพเชิงลึกของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนระดับภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน 4 มิติหลัก ได้แก่ ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ การรุดหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รัฐบาลจึงต้องเร่งเปลี่ยนความท้าทายเหล่านี้ให้เป็นโอกาสเพื่อเสริมความยืดหยุ่นและการแข่งขันของประเทศ การดำเนินการจะมุ่งเน้นที่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีภายในประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและการสร้างเศรษฐกิจอายุยืนที่ผู้สูงวัยสามารถมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างแข็งแรง
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้นำเสนอเพียงทำเลที่ตั้ง แต่เสนอ “ความลึกซึ้ง” (Depth) ด้านอุตสาหกรรม นักลงทุนไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะไทยมีคลัสเตอร์อุตสาหกรรม ซัพพลายเออร์ และระบบนิเวศที่พร้อม ทั้งยังสามารถเชื่อมโยงการผลิตขั้นสูงเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล และการเกษตรเข้ากับเทคโนโลยีชีวภาพ นอกจากนี้ ไทยยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีพร้อมดึงดูดคนเก่ง (Talent) จากทั่วโลก ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งทบทวนกฎระเบียบกว่า 7,000 ฉบับ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศไทยพร้อมเป็นพันธมิตรในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เติบโตไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “Build with Thailand” ไม่ใช่แค่ “Build in Thailand”
ด้านนายผยง ศรีวณิช ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวรายงานว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการนำเสนอทิศทางและข้อเสนอของประเทศไทยต่อนักลงทุนต่างชาติ (FDI) โดยมุ่งเป้ายกระดับการเติบโตของ GDP ที่ร้อยละ 5.5 และผลักดันประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงแบบครอบคลุมผ่าน 5 อุตสาหกรรมหลักแห่งอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและส่งเสริมสุขภาพ บริการด้านดิจิทัล ธุรกิจการเกษตร และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังนำไปสู่การกำหนดแผนปฏิบัติการประสิทธิภาพสูง 15 ข้อที่ครอบคลุมการพัฒนาทักษะแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานของเมือง และพลวัตขององค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยก่อนต้อนรับประชาคมการเงินโลกในการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในเดือนตุลาคมนี้ รวมไปถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2571








