ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดกิจกรรม Water Resilience Forum ครั้งที่ 3 “Water Smart Community คนเปลี่ยนน้ำ หนามเปลี่ยนอนาคต”
ประเทศไทยมีประสบการณ์น้ำท่วมที่สร้างความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะมหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 1.43 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 70% ของงบประมาณแผ่นดิน 2,568 โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่สร้างความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท และล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดน่าน สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงจากน้ำและภัยธรรมชาติมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น
ความเสียหายจากน้ำท่วมไม่อาจวัดได้เพียงมูลค่าทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตและความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารโลกประเมินว่า หากเกิดน้ำท่วมขนาดใกล้เคียงกับมหาอุทกภัยปี 2554 อีกครั้งในปี 2530 ประเทศไทยอาจสูญเสียผลผลิตเกือบร้อยละ 10 ของ GDP
ด้าน ศ.ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และอนาคตของ Water Smart Community โดยยกเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากที่จังหวัดน่านเป็นกรณีศึกษา
ศ.ดร.ยศชนันท์ กล่าวว่า ได้หารือกับกรมชลประทานในการวางแผนระยะสั้นและระยะยาวเพื่อบริหารจัดการกรณีน้ำป่าไหลหลาก โดยหลักการสำคัญคือต้องมีที่พักน้ำตามจุดต่าง ๆ เพื่อรองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบ่อพักน้ำ แก้มลิง หรือฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก ก่อนที่น้ำจะไหลลงมาถึงตัวเมือง
นอกจากนี้ ยังเปิดแผนระยะยาวในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแจ้งเตือนภัย โดยยกระดับจากระบบ GIS สู่การทำ Digital Twin ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนในการนำข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในจุดต่าง ๆ มาวิเคราะห์ เพื่อให้การแจ้งเตือนระดับน้ำผ่านแอปพลิเคชันมีความแม่นยำมากขึ้น ประชาชนสามารถเห็นข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีระดับความสูงต่ำแตกต่างกัน และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ขณะที่ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอแนวทางเปลี่ยนวิกฤตน้ำสู่เศรษฐกิจที่มั่นคง ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจจากน้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำหนุน พร้อมเปิดโอกาสให้มีการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน
นอกจากนี้ ยังเสนอการเชื่อมโยงข้อมูลน้ำแบบเรียลไทม์เพื่อคาดการณ์และเตือนภัย รวมถึงวางแผนเชิงรุก การเสริมพลังชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำร่วมกับภาครัฐอย่างยั่งยืน และการเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานด้านน้ำทุกภาคส่วนให้เป็นระบบเดียวกัน








