อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ร่วมกับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์การฟอกขาวของปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา รวมทั้งสิ้น 5 สถานี เพื่อประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่เกิดขึ้นจากภาวะการณ์เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยผลการสำรวจเบื้องต้นพบการฟอกขาวกระจายตัวในทุกพื้นที่สำรวจ พร้อมทั้งพบร่องรอยความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งทางอุทยานฯ ได้เร่งบูรณาการมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมแผนฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเร่งด่วนแล้ว
นายปราโมทย์ แก้วนาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เปิดเผยว่า จากการสำรวจปะการังโดยศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) พบว่าสถานการณ์การฟอกขาวในพื้นที่ 5 สถานีหลักของหมู่เกาะลันตามีอัตราความรุนแรงที่แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิศาสตร์และกระแสน้ำ โดยเจ้าหน้าที่และนักวิชาการได้เข้าเก็บข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อนำมาวิเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน
สำหรับรายละเอียดผลการสำรวจสถานการณ์การฟอกขาวของปะการังทั้ง 5 สถานี พบว่าที่เกาะรอกนอก บริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ พบการฟอกขาวประมาณร้อยละ 5 ที่เกาะรอกนอก บริเวณแหลมสน พบการฟอกขาวประมาณร้อยละ 10 ที่เกาะรอกใน บริเวณหลักสยาม พบการฟอกขาวประมาณร้อยละ 10 ที่เกาะรอกใน บริเวณด้านทิศเหนือ พบการฟอกขาวประมาณร้อยละ 5 และที่เกาะรอกใน บริเวณอ่าวนหินงาม พบการฟอกขาวประมาณร้อยละ 10 ทั้งนี้ ชนิดของปะการังเด่นที่พบการฟอกขาวในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นปะการังที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างแนวปะการัง ได้แก่ ปะการังโขด (Porites sp.) ปะการังลายดอกไม้ (Pavona sp.) และปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora sp.) นอกจากนี้ การสำรวจเบื้องต้นยังพบร่องรอยของปะการังที่ตายจากเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวในช่วงปี พ.ศ. 2567 – 2568 ซึ่งสะสมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นายปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์การฟอกขาวจะเกิดขึ้นในทุกจุดที่สำรวจ แต่ธรรมชาติมีความสามารถในการฟื้นตัวหากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดปัจจัยคุกคาม ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้เตรียมมาตรการเชิงรุก ทั้งการจำกัดกิจกรรมการท่องเที่ยวในจุดที่เปราะบาง การรณรงค์ให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวใช้งานบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งดการใช้ครีมกันแดดที่มีสารเคมีทำลายปะการัง รวมถึงการจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการใต้น้ำคอยติดตามและประเมินสุขภาพของแนวปะการังอย่างใกล้ชิด เพื่อประคับประคองให้แนวปะการังเหล่านี้สามารถฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ได้โดยเร็วที่สุด
การดำเนินงานในระยะต่อไป อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาจะร่วมมือกับนักวิชาการจากศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) และเครือข่ายภาคประชาชน ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมประกาศมาตรการคุ้มครองพื้นที่แนวปะการังที่ได้รับผลกระทบหนักเป็นการชั่วคราว หากสถานการณ์มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพื่อลดแรงกดดันจากกิจกรรมมนุษย์ และเปิดโอกาสให้ระบบนิเวศทางทะเลได้ฟื้นตัวตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ หน่วยงานจึงขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลทุกท่าน โปรดปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันรักษาความงดงามของท้องทะเลอันดามันให้คงอยู่สืบไป








