นายกฯ มอบรางวัล อปท. บริหารจัดการที่ดี ชูผลงานโปร่งใส ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างความเชื่อมั่นภาครัฐ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วันที่ (7 ก.ย 69) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลเข้าร่วม

ก่อนเริ่มพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 240 แห่งที่ได้รับรางวัล พร้อมระบุว่า รางวัลดังกล่าวไม่ใช่เพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แต่เป็นการยืนยันคุณค่าของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งควรได้รับการยกย่อง นำไปเป็นแบบอย่าง และพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะ ท้องถิ่นที่เข้มแข็งคือรากฐานของประเทศที่มั่นคง ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพในการทำงาน คือ ความเชื่อมั่นของประชาชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า องค์กรของรัฐย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับคำถามหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการตอบคำถาม แต่คือการทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในองค์กร โดยคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่อยู่ที่การกระทำ บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องทั่วประเทศต้องแสดงถึงความตั้งใจ ความซื่อสัตย์ และการยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง พร้อมร่วมกันยกย่องผู้ที่ทำความดีให้เป็นแบบอย่างขององค์กร

สิ่งที่ต้องการเห็นในระบบราชการไทย คือการสร้างบุคลากรที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนดี และสามารถเติบโตในระบบราชการได้ โดยต้องไม่ซื้อข้อสอบ ไม่ทุจริต และไม่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำร้ายประเทศ เพราะหากระบบราชการขาดความโปร่งใสและมีการทุจริต ย่อมส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ โดยเฉพาะ อปท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนและเป็นด่านแรกในการให้บริการ จึงต้องเป็นหน่วยงานที่ประชาชนสามารถพึ่งพาและเชื่อมั่นได้ หากบุคลากรเข้าสู่ระบบด้วยการทุจริต ย่อมไม่สามารถสร้างระบบราชการที่เข้มแข็งและตอบสนองต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รางวัลทั้ง 240 แห่งจึงมีความหมายมากกว่าการประกาศว่าองค์กรใดมีการบริหารจัดการที่ดี แต่สะท้อนถึงมาตรฐานที่สังคมต้องการเห็นจากระบบราชการไทย พร้อมขอให้องค์กรที่ได้รับรางวัลเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างและรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน ผ่านการทำงานที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส ยึดประโยชน์ของประชาชน และผลงานที่ประชาชนเห็นและสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมกันยกระดับมาตรฐานการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards จำนวน 8 บูธ เพื่อสะท้อนแนวทางการพัฒนาบริการสาธารณะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลในพื้นที่อื่นได้

สำหรับการคัดเลือกในปีนี้ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับรางวัลและเงินรางวัลรวม 240 รางวัล แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลจากผลการคัดเลือกของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ 5 คณะ จำนวน 54 รางวัล
2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์และเข้าสู่การประเมินในรอบสุดท้าย จำนวน 105 รางวัล ครอบคลุมทั้งประเภทดีเลิศ ประเภทโดดเด่น และประเภททั่วไป
3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลคะแนนผ่านเกณฑ์การประเมินของสถาบันการศึกษา จำนวน 81 รางวัล

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลอันดับที่ 1 ทั้งประเภทดีเลิศ ประเภทโดดเด่น และประเภททั่วไป รวม 7 รางวัล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง