นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยในงาน TNN Future Forum 2026 ถึงสถานการณ์ด้านการเงินของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่ออย่างน่าเป็นห่วง โดย ธปท. มีแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว และเตรียมดำเนินการ 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. จัดทำตลาดกลางเชื่อมโยง SME กับผู้ให้บริการทางการเงิน ทั้งธนาคารและ Non-bank คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในสิ้นปี 2569
2. ใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้ธนาคารพาณิชย์ โดยจะเสนอเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณาภายใน 3–4 เดือน เพื่อให้สามารถเริ่มใช้งานได้ในปี 2570
3. ใช้ข้อมูลทางเลือกในการประเมินความสามารถชำระหนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ SME ที่ไม่มีประวัติทางการเงินสามารถเข้าถึงระบบสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
ภาพรวมอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ร้อยละ 60–70 โดยเฉพาะกลุ่ม SME รายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงิน พบอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงถึงร้อยละ 78 ขณะที่กลุ่มที่มีประวัติหนี้เสียเดิม มีอัตราการถูกปฏิเสธสูงถึงร้อยละ 86–90
ที่น่ากังวลคือ SME กลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงสุดยังเข้าถึงสินเชื่อได้เพียงร้อยละ 21 แตกต่างจากบริษัทขนาดใหญ่ที่มีระดับประสิทธิภาพเดียวกัน ซึ่งเข้าถึงสินเชื่อได้สูงถึงร้อยละ 61
นอกจากนี้ SME ยังต้องแบกรับต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 6.9 เทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ที่เพียงร้อยละ 3 สะท้อนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งทุน และตอกย้ำภาพเศรษฐกิจแบบ K-Shape ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังสามารถเติบโตได้มากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย








