“พิพัฒน์” ลงพื้นที่ติดตามเหตุน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำ บริเวณถนนเชื้อเพลิง รอยต่อคลองเตย–ยานนาวา สั่งเร่งเปิดหน้าดินตรวจสอบหาจุดรั่ว พร้อมย้ำหยุดส่งน้ำมันผ่านระบบท่อจนกว่าจะซ่อมแซมและยืนยันความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมแผนขนส่งน้ำมันทางรถยนต์รองรับชั่วคราว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำ บริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 รอยต่อพื้นที่เขตคลองเตยและเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ภายหลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้รับทราบสถานการณ์ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 และภายหลังการประชุมคณะกรรมการมลพิษในช่วงเช้าวันนี้ จึงลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานและตรวจสอบว่าการเผชิญเหตุเป็นไปตามขั้นตอนและมาตรการที่กำหนดหรือไม่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้บริหารระบบท่อได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้ว

สำหรับขั้นตอนต่อไป จะต้องเปิดผิวดินบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อสำรวจหาสาเหตุและตำแหน่งการรั่วซึมของท่อ โดยพื้นที่ที่จะเปิดหน้าดินมีความยาวประมาณ 10–15 เมตร และกว้างประมาณ 4 เมตร เป็นพื้นที่ถนนคอนกรีตที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร และอยู่ในแนวพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ บริษัทผู้ส่งน้ำมันผ่านระบบท่อได้หยุดการจ่ายน้ำมันผ่านท่อทั้งหมดแล้ว เพื่อความปลอดภัย โดยจะสามารถกลับมาใช้ระบบขนส่งทางท่อได้อีกครั้งภายหลังการตรวจสอบและซ่อมแซมแล้วเสร็จ และมีการยืนยันด้านความปลอดภัยจากฝ่ายวิศวกรรม

สำหรับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ซ่อมบำรุง ขอความร่วมมือให้เคลื่อนย้ายออกจากบริเวณที่จะเปิดหน้าดินเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยในระหว่างการดำเนินงาน

ส่วนด้านการดำเนินงานทางเทคนิค จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านปิโตรเลียมและวิศวกรรมเข้ามาดำเนินการ เนื่องจากน้ำมันเป็นวัตถุไวไฟ จึงไม่สามารถประเมินสถานการณ์จากภายนอกได้อย่างแม่นยำ จำเป็นต้องเปิดหน้าดินเพื่อสำรวจสภาพท่อ โดยท่อดังกล่าวอยู่ลึกจากผิวดินประมาณ 1.5–2 เมตร

เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดหน้าดินได้ภายในวันนี้ ขณะที่การตรวจสอบและดำเนินการให้แล้วเสร็จอาจใช้เวลาประมาณ 1–2 วัน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่แน่นอนยังต้องขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมว่าจะสามารถซ่อมแซมท่อได้ด้วยวิธีการใด

**ส่วนสาเหตุของการรั่วซึม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน **โดยข้อมูลจากผู้บริหารระบบท่อระบุว่า เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบสภาพท่อและพบว่ายังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ดังนั้น จำเป็นต้องเปิดหน้าดินเพื่อตรวจสอบสภาพจริงก่อน จึงจะสามารถระบุได้ว่าการรั่วซึมเกิดจากสาเหตุใด ไม่ว่าจะเป็นการทรุดตัวของพื้นที่ สภาพของท่อ หรือปัจจัยอื่น ๆ

สำหรับความปลอดภัยของอาคารและบ้านเรือนโดยรอบ พื้นที่ที่จะดำเนินการเปิดหน้าดินอยู่ในบริเวณกว้างประมาณ 4 เมตร และจากการประเมินเบื้องต้นพบว่าอาคารโดยรอบไม่ได้มีความสูงมาก อย่างไรก็ตาม หากมีความเสี่ยงด้านการทรุดตัวหรือดินสไลด์ จะต้องมีมาตรการป้องกันตามหลักวิศวกรรมล่วงหน้า พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและอาคารโดยรอบ

ส่วนกรอบระยะเวลาการดำเนินการ ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ เนื่องจากยังไม่ทราบตำแหน่งและลักษณะของจุดรั่วที่ชัดเจน โดยมีการหารือถึงแนวทางการเพิ่มแรงดันในระบบท่อเพื่อช่วยตรวจหาจุดรั่ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากหากเพิ่มแรงดันอาจทำให้น้ำมันบริเวณจุดรั่วซึมออกมามากขึ้น จึงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและรอเปิดหน้าดินเพื่อให้เห็นสภาพจริงก่อน

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานคร การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว เพื่อร่วมกันตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหา

สำหรับความรับผิดชอบในการแก้ไขจุดรั่วซึม นายพิพัฒน์ ระบุว่า ผู้รับผิดชอบหลักคือเจ้าของระบบท่อ เนื่องจากท่อดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของเจ้าของท่อ โดยในกรณีนี้มีบริษัทที่ร่วมลงทุนในลักษณะกิจการร่วมค้า หรือ Joint Venture หลายบริษัท จึงต้องมีการประสานและกำหนดความรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนจะมีการเอาผิดหรือคาดโทษหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ส่วนผลกระทบจากการหยุดส่งน้ำมันผ่านระบบท่อ หากมีความจำเป็นต้องปิดบล็อกระบบท่อ จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งน้ำมันเป็นการขนส่งทางรถยนต์เป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ต้องจัดส่งไปยังสนามบิน ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือและเตรียมแนวทางรองรับไว้แล้ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดส่งน้ำมันและการให้บริการที่จำเป็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง