พิพัฒน์ระบุ“สนธิ”ระดมมวลชนลงถนนเป็นสิทธิ์ หากไม่ทำผิด หรือกระทบการสัญจรประชาชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ระดมมวลชนลงถนนประท้วงการทำงานของรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ตนเองไม่ทราบและทราบ ว่านายสนธิเชิญชวนมาหลายรอบแล้ว ก็ต้องดูที่เหตุผลที่เชิญชวนคนมาร่วม หากลงถนนแล้วอยู่ในที่ตั้งไม่ได้กระทบการเดินทางก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนต้องขออนุญาตตามกฎหมาย  พร้อมย้ำว่า เป็นสิทธิ์

นายพิพัฒน์ ยังระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เรียกว่า รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจ แต่รัฐบาลใช้คำว่าไม่ใส่ใจไม่ได้ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ ฝ่ายบริหารต้องใส่ใจในทุกมิติ แต่ให้น้ำหนักเท่าไหร่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยพิจารณาจากเหตุผล ผลกระทบและการเชิญชวนลงถนน  เชื่อว่าก็อาจจะมีบ้าง แต่คงไม่ได้อย่างที่อยากได้ สิ่งที่คิด หรือพูด

ส่วนการรวมมวลชนที่หน้าสถานทูตอิสราเอลนั้น นายพิพัฒน์ มองว่า การไปประท้วงเรื่องชาวอิสราเอลที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วมีการตั้งชุมชนนั้น  คิดว่าการตั้งชุมชนไม่ใช่เฉพาะชาวอิสราเอล ซึ่งอย่าลืมว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ใครก็อยากมาอยู่ ดังนั้น เมื่อได้สิทธิ์อยู่ในประเทศไทย 1 เดือน จะไปรวมตัวตรงไหน หรือในโรงแรมใดก็แล้วแต่ คิดว่าเป็นสิทธิ์ของนักท่องเที่ยว แต่อย่าทำเลยสิทธิที่ได้รับ หากไปทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีก็ได้ผลักดันผู้ที่ทำผิดกฎหมายออกไปแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่เคยละเลยในสิ่งใด หากทำผิดก็ต้องได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนั้น ส่วนจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ เป็นสิทธิที่จะมีการชุมนุม และที่สำคัญนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิสราเอลมาหารือกันแล้วในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า เรื่องการเมืองตนเองไม่เก่ง เลยมองไม่ออก ขอให้คนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาเป็นผู้วิเคราะห์แทนดีกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง