นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติครั้งที่ 1/ 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
โดยนายวราวุธให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม ว่า ตนมีข้อเสนอแนะเรื่องการลงทุนในด้านอีวีจากบริษัทต่างชาติ อยากให้เน้นเกี่ยวกับเรื่องการสร้างห่วงโซ่อุปทาน เพราะวันนี้ห่วงโซ่อุปทานที่เป็นจุดแข็งที่สำคัญของวงการอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่เป็นในหลายๆ อุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาป (ICE Car) ไปสู่รถยนต์อีวีนั้น ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านของห่วงโซ่อุปทานหรือส่งเสริมศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน นอกจากนี้ อยากส่งเสริมให้มีการสร้างบุคลากร และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้ามาในประเทศไทยด้วย เพราะการลงทุนที่สำคัญไม่ได้สำคัญว่า เราได้เม็ดเงินเท่าไหร่ แต่สามารถนำองค์ความรู้มาพัฒนาของบุคลากรและการทำงานในประเทศไทยได้ ซึ่งวันนี้การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ต้องเปลี่ยนผ่านบุคลากรด้วย รวมไปถึงสถาบันการศึกษา ซึ่งวันนี้นอกจากกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แล้ว ยังมีอาชีวศึกษา วิทยวิทยาลัยเทคนิคในกระทรวงศึกษาธิการ ที่จำเป็นต้องปรับองค์ความรู้ในการศึกษาเกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์ จึงต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าการขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์อีวีจะสามารถสกัดไม่ให้มีการย้ายฐานการผลิตของบริษัทรถยนต์สันดาปได้หรือไม่
นายวราวุธ กล่าวว่า คิดว่าเป็นหนึ่งในความจูงใจไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่นำเข้าหรือรถยนต์ที่ผลิตในประเทศให้มีแต้มต่อที่เท่ากันไม่มีได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และทำให้เกิดความต้องการในประเทศ อย่างไรก็ตาม บางมาตรการ อย่างเช่นการขึ้นภาษีสรรพสามิต ก็มีบางค่ายที่สนับสนุน บางค่ายมีข้อกังวลอยู่ จึงต้องหาวิธีเยียวยา ซึ่งการมาลงทุน แสดงว่าเขาพิจารณาแล้วว่าจะเป็นประโยชน์กับบริษัทเขา ซึ่งประเทศไทยยินดีต้อนรับนักลงทุนทุกพื้นที่ แต่เมื่อมาแล้วคิดว่าจะต้องเติบโตไปด้วยกัน มีความยั่งยืน และความเข้มแข็ง ในส่วนรถยนต์สันดาปจะมีมาตรการด้วย ซึ่งฐานการผลิตของรถยนต์สันดาปในประเทศไทยก็มีความสำคัญกับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย เพราะเขาพาเรามาถึงตรงนี้วันนี้เมื่อเจอปัญหาจึงไม่ใช่ทิ้งกันต้องมาหาวิธีแก้ไขและเดินไปด้วยกัน








