ก.ทรัพย์ ร่วมกับ ก.กลาโหม ยกระดับการเฝ้าระวังการป้องกันการบุกรุกและควบคุมไฟป่า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูงมาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังการป้องกันการบุกรุกและการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ป่าอนุรักษ์มีความสำคัญอย่างมากต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญของประเทศ ดังนั้น การผสานความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยเทคโนโลยีของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศเข้ากับประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ของกรมอุทยานฯ เพราะจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานการณ์และรับมือกับปัญหาได้อย่างแม่นยำทันท่วงที แล้วยังช่วยยกระดับความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่เป็นสมบัติของชาติต่อไป โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ พร้อมด้วยคนขับ มาใช้งานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ย้ำว่า การลงนามครั้งนี้เป็นครอบคลุมการศึกษา วิจัย พัฒนา ทดสอบ ประเมินผลเทคโนโลยีบริหารจัดการป่าไม้และการบริหารจัดการไฟป่า โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สำรวจตรวจตรา ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ ประเมินความเสียหายและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงบริหารในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและร่างกายของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

ขณะที่ พลเอก ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวว่า สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านความมั่นคง โดยจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากร ถ่ายทอดเทคโนโลยีและจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานร่วมกัน (SOP) เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม มีระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันนี้ (11 ก.ย.69) – 10 กันยายน 2574 โดยทั้งสองหน่วยงานจะจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อกำหนดแผนงานและโครงการความร่วมมือเป็นรายกรณี ให้สอดคล้องกับภารกิจ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชาติต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง