“จุลพันธ์” เปิด “One Platform for Skill Development” 967 หลักสูตร พัฒนาทักษะ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา รับโลกงานยุคดิจิทัล

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงานเพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ความต้องการด้านทักษะของตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงได้เปิดโครงการความร่วมมือการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านระบบ One Platform for Skill Development และลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่กำลังแรงงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กับ เครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 แห่ง ซึ่งเป็นการรับประกันถึงความพร้อมจะขับเคลื่อนแพลตฟอร์มให้กลายเป็นช่องทางสำคัญในการพัฒนากำลังคนในยุคดิจิทัล

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกของการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ และรูปแบบการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลโดยตรงต่อทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ และทำให้การพัฒนากำลังแรงงานไม่สามารถจำกัดอยู่เฉพาะการฝึกอบรมในรูปแบบเดิม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการพัฒนาให้แรงงานมีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัล สามารถเรียนรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินโครงการความร่วมมือการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านระบบ One Platform for Skill Development ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลออนไลน์ช่วยให้แรงงาน ประชาชนทั่วไป และสถานประกอบกิจการเข้าถึงบริการการพัฒนาทักษะฝีมือของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

แพลตฟอร์ม One Platform for Skill Development มีเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานขึ้นทะเบียนหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ จำนวน 30 แห่ง มีหลักสูตรรองรับการให้บริการผ่านระบบทั้งหมด 967 หลักสูตร ครอบคลุมทักษะหลากหลายด้าน ทั้งการขาย การบริการ การพัฒนาทักษะดิจิทัล เทคโนโลยี AI ภาษา ธุรกิจ และทักษะวิชาชีพต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกพัฒนาทักษะเดิมหรือต่อยอดไปสู่ทักษะใหม่ที่ตลาดแรงงานกำลังต้องการ โดยมีหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น หลักสูตรเทคนิคการขายขั้นสูงสำหรับนักขายมืออาชีพ หลักสูตรการบริการด้วยใจสู่การบริการที่เป็นเลิศ หลักสูตรสร้างประสบการณ์และบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพด้วยแนวคิด Customer Centric และหลักสูตรสร้างกลยุทธ์การขายด้วย Generative AI  ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านการขายและการทำงาน เป็นต้น การพัฒนาทักษะในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงการเข้าอบรมในห้องเรียน แต่สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบออนไลน์ โดยแต่ละคนสามารถเลือกหลักสูตรให้สอดคล้องกับงานที่ทำ หรือทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมของตนเอง นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้กำลังแรงงานและประชาชนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ รัฐบาลยังต้องการให้การพัฒนาทักษะเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทำงานทุกกลุ่ม เพราะเมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนเร็ว ทักษะที่มีอยู่ก็ต้องพัฒนาให้ทัน การเรียนรู้เพิ่มเติมจึงเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง ทั้งการทำงานในปัจจุบัน การเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพใหม่ และการเพิ่มโอกาสในการมีรายได้ อีกทั้งขอเชิญชวนและส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นำไปใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่พนักงานของตนเองได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับทักษะกำลังคนและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและเลือกหลักสูตรที่เหมาะสมกับตัวเองได้ที่ https://oneplatform.dsd.go.th/

นอกจากนี้กระทรวงแรงงาน ยังร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านโลจิสติกส์ ในโครงการ ความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านโลจิสติกส์ ซึ่งนายจุลพันธ์ ระบุว่า ปัจจุบันระบบโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ การจัดเก็บสินค้า การบริหารคลังสินค้า การขนส่ง ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ดังนั้น การพัฒนากำลังแรงงานให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ จึงเป็นภารกิจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งภาครัฐสนับสนุนการพัฒนาทักษะและมาตรฐานฝีมือแรงงาน ขณะที่ภาคเอกชนร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดฝึกอบรมยกระดับฝีมือให้แก่กำลังแรงงาน จำนวน 5 หลักสูตร ระยะเวลาหลักสูตรละ 120–240 ชั่วโมง ได้แก่ ธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ การปฏิบัติการธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ การจัดการโลจิสติกส์สินค้าอันตรายเพื่อการขนส่งข้ามแดนในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CLMVT) ตัวแทนออกของเพื่อการส่งออกและนำเข้า และการพัฒนาศักยภาพตัวแทนออกของด้านการนำเข้า–ส่งออกและโลจิสติกส์ มีผู้ผ่านการฝึกอบรมรวม 355 คน ใช้งบประมาณดำเนินการ 5,317,400 บาท ผลจากการฝึกอบรมทำให้มีสถานประกอบกิจการที่เป็นสมาชิกของสมาคมดังกล่าวรับผู้สำเร็จการฝึกอบรมเข้าทำงาน จำนวน 147 บริษัท ผู้สำเร็จการฝึกอบรมมีรายได้รวม 3,994,600 บาทต่อเดือน คิดเป็นรายได้ประมาณ 47,935,200 บาทต่อปี สะท้อนผลสำเร็จของการพัฒนาทักษะที่เชื่อมโยงกับความต้องการของสถานประกอบการ สามารถสร้างโอกาสในการมีงานทำและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้กำหนดเป้าหมายจัดฝึกอบรมตามโครงการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ธุรกิจขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ จำนวน 600 คน เพื่อเดินหน้าพัฒนากำลังแรงงานให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน สนับสนุนการมีงานทำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์และเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง