ไม่ทิ้งคนน่าน! “เจเศรษฐ์” เดินหน้าฟื้นฟูต่อเนื่อง ผนึกสื่อ-จังหวัด กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่ 

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการ “ทันใจ ใสกิ้ง” น้ำดื่มเพื่อผู้ประสบสาธารณภัย พร้อมส่งมอบรถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยีแบบเคลื่อนที่ (ทันใจ ใสกิ๊ง) จำนวน 10 คัน วันนี้ (19 ก.ย. 69) เวลา 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยความร่วมมือของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายพาริส เจริญศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปกิต ภาคธรรม รองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว พร้อมด้วยแม่บ้านมหาดไทย ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนมีความรู้สึกเหมือนเดิมว่า “น่านเป็นสถานที่ที่น่าอยู่มาก” และตนได้เร่งรัดในการฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ “บูรณาการทุกหน่วยงาน” โดยเฉพาะในเรื่องงบประมาณฟื้นฟูจากสาธารณภัยที่ผ่านมา เราทำอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ หน่วยงานในกำกับทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ก็ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนจนสามารถบรรเทาผลกระทบพี่น้องประชาชน 

หลังเกิดเหตุ ตนได้ทราบว่ามีท่อประปาเสียหายเป็นจำนวนมาก ก็ได้สนับสนุนเงินเกือบ 200,000 บาท ซึ่งต้องขอขอบคุณการประปาส่วนภูมิภาคที่ได้ดำเนินการตามความปรารถนาของตนในการช่วยฟื้นฟูระบบประปาในพื้นที่จนสำเร็จเรียบร้อย แต่ตอนนี้ “ยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวัง” เรายังไม่ได้ผ่านพ้นสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก เพราะยังมีร่องมรสุมที่พัดผ่านมาในประเทศไทยตอนบนของเรา แต่ก็เชื่อว่าด้วยประสบการณ์และการเรียนรู้ของพวกเรา เราทุกคนมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในส่วนของ “โครงการทันใจ ใสกิ๊ง” ที่เปิดตัวในวันนี้ ได้ร่วมกับ สวทช. กระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบหนึ่งในการทำน้ำดื่มด้วยเทคโนโลยี ทำให้เป็นคลินิกน้ำดื่มสะอาดเคลื่อนที่ที่สามารถเข้าไปผลิตน้ำดื่มในพื้นที่ที่ประสบภัย และมีระบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยเมื่อเกิดเหตุ รถคันนี้ก็จะเป็นรถที่สามารถปฏิบัติการในเรื่องของการตรวจคุณภาพน้ำได้ด้วย ซึ่งตนได้กำชับ กปภ. ดูแลรถผลิตน้ำดื่มทั้ง 10 คัน ให้มีความพร้อม และสามารถนำไปสนับสนุนพื้นที่กระจายไปในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่ เพราะในยามเกิดภัย เราไม่อยากให้พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มจากการต้องซื้อน้ำ การที่เรามีน้ำดื่มไปถึงบ้านเรือน ไปถึงหมู่บ้าน ไปถึงชุมชน ตรงนี้มันช่วยในการซัพพอร์ตพี่น้องประชาชน เขาไม่ต้องนำเงินซื้อน้ำดื่ม อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ รวมไปถึงงานประเพณีหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนร้องขอ ก็ต้องสามารถสนับสนุนได้ด้วย

เรื่องสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ตนและท่านรองนายกฯ ยศชนัน เป็นแค่ฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อน สิ่งที่ต้องชื่นชม คือ ผู้บริหารของจังหวัดตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายก อบจ. ปภ. หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ แทบจะไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แต่สิ่งสำคัญที่สุด “คนน่านเนี่ยน่ารักนะครับ” ไม่มีบ่น และไม่ได้แสดงถึงความย่อท้อหรือว่าโทษใครคนใดคนหนึ่งเลย คนน่านใจสู้มาก ตรงนี้ทำให้พวกเรามีกำลังใจในการทำงานโดยไม่รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อย แม้กระทั่งว่าไปเยี่ยมบ้านหลังไหน ถึงโคลนยังครึ่งแข้ง ชาวบ้านก็ยังยิ้มแย้มทักทาย ชวนกินน้ำกินท่า นี่คือเสน่ห์ นี่คือวิถีชีวิตของพี่น้องชาวน่านที่พวกเราจะร่วมกันดูแลกันและกันตลอดไป

จากนั้นในเวลา 10.30 น. นายเจเศรษฐ์ นำคณะลงพื้นที่โรงเรียนบ้านปางยาง โดยร่วมกับรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS นำอุปกรณ์ทางการศึกษาและสิ่งของอุปโภคบริโภคมอบให้กับนักเรียนและประชาชน โดยมีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ ตลอดจนถึงประชาชน ครู และนักเรียน ร่วมในกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ ThaiPBS ที่นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ มากมายมามอบให้กับน้อง ๆ นักเรียน ที่นี่มีบรรยากาศที่งดงามมากมาย มีวิวทิวทัศน์ มีสภาพอากาศที่สมบูรณ์มาก ๆ จากสถานการณ์ภัยที่ผ่านมา เราฟื้นตัวได้รวดเร็วมากแทบจะเป็นโมเดลให้กับจังหวัดอื่น ๆ ได้เลย ด้วยสิ่งสำคัญ คือ 1. เรามีการบูรณาการร่วมกันในจังหวัด โดยการนำของท่านผู้ราชการจังหวัด นายก อบจ. และท่านนายอำเภอ รวมถึงทุกภาคส่วน พี่น้องกู้ภัยต่าง ๆ และ 2. ความน่ารักของพี่น้องประชาชน หลังจากนี้ เรายังมีเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยสมาคมการท่องเที่ยวจะได้ร่วมกันกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวน่าน รวมถึงการช่วยเหลืออีกหลายโรงเรียนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยโรงเรียนแห่งนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะได้ส่งมอบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษา

วันนี้ กระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนในทุกมิติอย่างเต็มที่ทั้งเรื่องการช่วยเหลือ เรื่องการสนับสนุนงบประมาณเหลือจ่าย เพราะจุดไหนที่มีความยากลำบาก กระทรวงมหาดไทยจะลงไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนั้นโดยทันที ทำให้ประชาชนได้รับการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง