นายกฯ  เผย เจรจาภาษีสหรัฐฯ ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบ ย้ำไทยได้อัตราภาษีที่ต้องการแล้ว แต่ต้องหาข้อสรุปเพิ่มเติม 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตนไม่ใช่ผู้ตั้งโจทย์และไม่มีการนัดพูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยทางคณะเจรจาที่เป็นผู้แทนการเจรจาและผู้แทนการค้าของทั้ง 2 ฝ่าย รายงานมาว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้แล้ว และยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่สหรัฐฯ ได้หยิบยกขึ้นมา ซึ่งทางประเทศไทยต้องกลับมาหาวิธีในการบรรลุข้อสรุปให้ได้

สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ จะมีโอกาสได้พบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีโอกาสได้เจอ แต่จะมีโอกาสได้พูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวตอบสั้นๆ ว่า play it by ear (ดูตามสถานการณ์) เพราะหลักการมีอยู่แล้ว ซึ่งประเทศไทยได้อัตราภาษีที่ต้องการแล้ว แต่ยังมีเงื่อนไขที่ทางสหรัฐฯ ได้ขอเพิ่มขึ้นมา ซึ่งตนได้ถามกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าเราจะสามารถปิดจบข้อตกลงได้หรือไม่ ซึ่งนางศุภจี ก็ตอบกลับมาว่าได้ไม่มีปัญหา ไม่ต้องมาแก้ไขเนื้องาน

ส่วนเงื่อนไขที่ว่าคืออะไร นายอนุทิน ระบุว่าไม่ได้ถามในรายละเอียด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นางศุภจี มีความมั่นใจในเรื่องนี้จะราบรื่นและตนก็จะไปถามนางศุภจีอีกครั้ง ซึ่งการเดินทางไปนิวยอร์กครั้งนี้ ตนจะมีโอกาสได้พูดคุยกับตัวแทนของนางศุภจี และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งทุกอย่างจะอยู่ในกรอบ

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะได้อัตราภาษีร้อยละ 19 ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็พยายามจะกดให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ขั้นตอนเมื่อถึงเวลาแล้วก็จะถูกส่งมายังผู้นำสองประเทศ ซึ่งโดยปกติจะมีการจัดและนัดพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์หรือทางใดก็แล้วแต่ น่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นทางโทรศัพท์ เพราะอยู่คนละประเทศ เมื่อถึงตรงนั้นก็ค่อยว่ากัน จะสามารถพูดคุยอะไรกันได้

เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีอุปสรรคในด้านใดในเรื่องของการพูดคุยบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในเรื่องนี้คณะเจรจาไม่ได้รายงานว่า มีเรื่องใดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งการเจรจาต่างคนต่างมีเงื่อนไขที่สุดโต่งมาก่อน แล้วค่อยตบและเคาะเข้ามา จนถึงทุกฝ่ายรับได้และนี่คือการเจรจา ไม่ใช่การตบมือข้างเดียว หรือเราจะได้สิ่งที่เราต้องการทั้งหมด หรือสิ่งที่เขาเรียกว่าจะได้ทั้งหมด ถึงเรียกว่าการเจรจา

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะใช้จังหวะนี้พูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ แบบต่อหน้า เพื่อทวงสัญญา MOU ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะพิจารณาลดภาษีให้หากทำตามข้อตกลง ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะ หึหึ พร้อมกล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็จะพูดคุยอยู่แล้ว แต่ว่าเที่ยวนี้เราไม่ได้ไปเยือนประเทศใดประเทศหนึ่ง เราไปร่วมในงาน UN ที่จะมีการกล่าวถ้อยแถลงในเวทีดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง