ฝนตกหนักบริเวณท่าเรือท่าเตียน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบริเวณท่าเรือค่อนข้างเบาบาง ขณะที่ร้านค้าและพ่อค้าแม่ค้าต่างสะท้อนว่า เมื่อฝนตกนักท่องเที่ยวจะลดลง โดยนักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาคึกคักในช่วงปลายปี ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ส่วนประชาชนชาวไทยยังคงเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์
ขณะเดียวกัน พื้นที่ชุมชนใกล้ท่าเรือท่าเตียนยังคงเป็นพื้นที่ต่ำ เมื่อเกิดฝนตกหนักจะมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน โดยครั้งนี้มีน้ำท่วมขังประมาณ 20–30 เซนติเมตร หรือระดับน่อง และใช้เวลาราวเกือบ 5 ชั่วโมงกว่าน้ำจะค่อย ๆ ลดลง
นายกิติวัฒน์ มหาชน ผู้ดูแลเรือที่ท่าเรือท่าเตียน เปิดเผยว่า ฝนตกตั้งแต่เวลา 22.00 น. โดยสถานการณ์ในปีนี้ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากฝนตกทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเดินทางมา และคาดว่าปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่าปีที่ผ่านมา จุดเฝ้าระวัง ได้แก่ ซอยท่าสุพรรณ และบริเวณท้ายซอยท่ามหาราช เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้หากยังไม่ได้ทำเขื่อนใหม่ น้ำจะทะลักออกมา
ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำไม่ได้มีมากนัก เนื่องจากหน่วยงานรัฐได้มีการสร้างพื้นที่ยกระดับสูงขึ้น จึงคาดว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำในปีนี้ได้ พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้
สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณชุมชนท่าเตียนเริ่มตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวันที่ผ่านมา โดยปกติพื้นที่ดังกล่าวไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก เนื่องจากมีระบบแก้มลิงตามแนวพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมาก แม้ในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 ชุมชนท่าเตียนก็สามารถรอดพ้นจากความเสียหายได้
แต่ปัจจุบันพบปัญหาการระบายน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณซอยท่าเรือแดง เนื่องจากท่อระบายน้ำของ กทม. มีปัญหา และมีสายโทรศัพท์จำนวนมากกีดขวางอยู่ภายในท่อ ส่งผลให้เศษขยะและสิ่งสกปรกเข้าไปติด ทำให้น้ำไม่สามารถไหลผ่านได้ตามปกติ โดยปัญหาดังกล่าวได้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพระนครแล้วประมาณ 4–5 เดือนที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไข แม้เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่สำรวจและรับทราบปัญหาแล้วก็ตาม
สำหรับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ ไม่ได้เกิดจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยังไม่สูง แต่เป็นน้ำฝนที่ไม่สามารถระบายลงท่อได้ ทำให้น้ำเอ่อล้นตามถนนและซอยต่าง ๆ และต้องใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมงกว่าจะค่อย ๆ ซึมออกไป
โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกหนัก ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และหากมีฝนตกซ้ำ น้ำก็จะยิ่งระบายได้ช้า ส่งผลให้น้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ท่าเตียนและบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ จึงเรียกร้องให้สำนักงานเขตพระนครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการจัดการสายโทรศัพท์ที่กีดขวางท่อระบายน้ำ และเร่งขุดลอกหรือเปิดทางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเน่าเสียซ้ำซาก








